ซีรีส์ร้อนแรงเพียงชั่วข้ามคืนจากฝั่งแผ่นดินใหญ่มาไกลถึงไทยเรา เทรนด์ฮอตในเว่ยป๋อสู่เทรนด์ทวิตในไทยแลนด์ ในนาทีนี้ต้องยกให้ซีรีส์ปรมาจารย์ลัทธิมาร (魔道祖师) ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายวายชื่อดัง ออนใน WeTV แพลตฟอร์มซีรีส์จีนที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นาน  และเรื่องนี้นับเป็นความท้าทายของทีมเพราะในประเทศจีนออนติดต่อกัน 3 วัน วันละ 2 ตอน มาไม่บอกกล่าวพร้อมฉายก็ลงเลย ลงแล้วติดสปีดราวกับหนีการแบน เพราะต้องยอมรับว่าแม้บทจะปรับเรื่องราวความรักระหว่างชายรักชายออกแต่บางฉากทีมงานชงได้น่ากลัวมาก พิสูจน์ได้จากซีรีส์ฮอตจนติดเทรนด์ ส่วนไทยเราก็มีให้ชม วันจันทร์ – พุธ เวลา 19.00 น. และใครที่ดูไปบ้างแล้วหรือพึ่งมาติดตามจะเห็นว่าในเรื่องปมเยอะ ตัวละครเยอะและสกุลเยอะ วันนี้เผื่อใครยังตามไม่ทันว่าตระกูลไหน สำคัญและเด่นยังไง ลองมาดูกัน เริ่มจาก

 

 

สกุลหลานแห่งกูซู

 

 

ตำหนักเซียน : อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ (มิรู้อยู่หนใดในหมอกเมฆ) ณ กูซู

ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาลึกไกลออกไปจากเมืองกูซู มีศาลาริมน้ำรายล้อมด้วยหมู่แมกไม้ มีหมอกเมฆแห่งขุนเขาปกคลุมกำแพงขาวกระเบื้องหลังคาสีดำหนาทึบตลอดปี ยามเมื่อยืนอยู่ท่ามกลางสถานที่แห่งนี้ นั้นราวกับอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกดินแดนเซียน

 

 

เรือนเหมันต์ :  ห้องนอนของประมุขสกุล ,เรือนวิเวก : ห้องนอนของหลานวั่งจี ,เรือนกล้วยไม้ : ห้องโถงศึกษา ,เรือนวิจิตร : ห้องโถงใหญ่ ,ห้องอนธการ : สถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรม

 

 

สัญลักษณ์สกุล : ลายเมฆขด

บรรพชนผู้ก่อตั้ง : หลานอัน ฐานะเดิม สังฆาราม

คำสอนประจำสกุล : เที่ยงธรรม (กฎของสกุล 《ตำราคุณธรรม》

 

 

ประมุขสกุล : หลานซีเฉิน

 

 

ลักษณะเด่น :  อนุชนทุกคนของสกุลหลานแห่งกูซูจะคาดผ้าคาดหน้าผากผืนหนึ่ง นัยว่า “ผูกมัดตนด้วยกฎเกณฑ์” และหากมีลายเมฆขดคือผู้สืบสายโลหิตของสกุล ชุดสำนักสีขาวพิสุทธิ์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นชุดประจำสกุลที่งดงามที่สุดในบรรดาสกุลใหญ่ผู้มีชื่อเสียง อาภรณ์ขาวดุจหิมะสะบัดพลิ้ว ไม่เพียงงดงาม ทว่ายังมีประโยชน์ใช้สอย โดยชุดคลุมตัวนอกจะลงเวทอาคมคุ้มกันไว้

 

 

สกุลเจียงแห่งอวิ๋นเมิ่ง

 

ตำหนักเซียน : ท่าเรือสัตตบงกช ณ อวิ๋นเมิ่ง

 

ที่เมืองอวิ๋นเมิ่งนั้นมากมายด้วยทะเลสาบ “ท่าเรือสัตตบงกช” คือ ตำหนักเซียนของสกุลเจียงแห่งอวิ๋นเมิ่งซึ่งเป็นสกุลใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองนี้ โดยสร้างขึ้นติดอยู่ริมทะเลสาบ หากเริ่มต้นล่องเรือจากท่าเทียบเรือของท่าเรือสัตตบงกชไปตามกระแสน้ำได้สักครู่ จะมีบึงบัวขนาดใหญ่บึงหนึ่ง เรียกว่าทะเลสาบเหลียนฮวา(ทะเลสาบดอกบัว) มีใบบัวใหญ่สีเขียวครามและบัวชมพูอวดโฉมชูช่องดงามละลานตาหนาแน่นจนปลายช่อเบียดชนชิดกัน ยามกระแสลมทะเลสาบพาพัด …บุบผาแกว่งไกวใบไม้ไหวเอนราวกับกำลังพยักหน้าให้เป็นระยะ ท่ามกลางความสดชื่นรื่นรมย์และงดงาม ยังแฝงไว้ด้วยความน่ารักไร้เดียงสา

ท่าเรือสัตตบงกชไม่เหมือนตำหนักเซียนสกุลอื่นที่เพิกเฉยไม่สนใจกับเรื่องทางโลก ประตูปิดตายไม่ต้อนรับและไม่อนุญาตให้คนธรรมดาทั่วไปเข้าใกล้ในระยะไม่กี่ลี้ บริเวณท่าเรือด้านหน้าประตูใหญ่ มักคราคร่ำไปด้วยคนขายฝักบัว(เม็ดบัว)และกระจับ มีพ่อค้าหาบเร่ที่นั่งตั้งแผงขายขนมชนิดต่าง ๆ ที่ทำจากแป้งสาลี คึกคักเป็นอย่างมาก เด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นสามารถแอบเข้าไปยังลานฝึกยุทธ์ของท่าเรือสัตตบงกชเพื่อดูพวกเขาฝึกยุทธ์และกระบี่ได้ แม้ว่าจะถูกจับได้ก็ไม่เคยถูกตำหนิ ทั้งบางครั้งยังไปเล่นด้วยกันกับเหล่าลูกหลานสกุลเจียงอีกด้วย โถงใหญ่ : โถงทดสอบกระบี่

 

 

 

สัญลักษณ์สกุล : บัวเก้ากลีบ

 

บรรพชนผู้ก่อตั้งสกุล : เจียงฉือ ฐานะเดิม จอมยุทธ์พเนจร

คำสอนประจำสกุล : จงพยายามทำแม้รู้ว่าทำไม่ได้

ประมุขสกุล : เจียงเฟิงเหมียน

ลักษณะเด่น :  ลักษณะของสกุลเจียงแห่งอวิ๋นเมิ่งจะง่าย ๆ สบาย ๆ สดใสร่าเริง สง่าผ่าเผยตรงไปตรงมา ชุดสำนักสีม่วง ชุดคลุมตัวยาวแขนทรงเจี้ยนซิ่ว (แขนเสื้อธนู เป็นเสื้อสมัยราชวงศ์ชิง) โดยรวมแล้วค่อนไปทางคล่องแคล่ว สดใส เปิดเผยและชัดเจน

 

 

 

สกุลจินแห่งหลานหลิง

 

 

ตำหนักเซียน : หอเกล็ดทอง ณ หลานหลิง

ตำหนักเซียนของสกุลใหญ่ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือส่วนใหญ่ มักสร้างขึ้นบนพื้นที่ที่รายล้อมด้วยทิวเขาน้ำใสทิวทัศน์งดงามตระการตา ทว่าหอเกล็ดทองของสกุลจินแห่งหลานหลิงนั้นกลับตั้งอยู่ในส่วนที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของเมืองหลานหลิง เส้นทางหลักที่ใช้เพื่อสัญจรเข้าเยี่ยมเยือนหอนั้น มีระยะทางเนินยาวสองลี้สำหรับรถม้าหรือเกวียนลาก และเปิดให้เฉพาะเมื่อมีงานสำคัญๆ เช่นงานเลี้ยงรื่นเริงหรืองานชุมนุมเหล่าผู้บำเพ็ญเท่านั้น ตามกฎของสกุลจินแห่งหลานหลิง บนถนนเส้นนี้ไม่อนุญาตให้ใช้ความเร็วได้ สองฝั่งริมทางเดินของรถม้า มากมายด้วยภาพวาดจิตกรรมฝาผนังวิจิตรงดงาม กล่าวถึงเรื่องราวอัตชีวประวัติของเหล่าประมุขสกุลจินแต่ละรุ่น และผู้บำเพ็ญเพียรที่มีชื่อเสียงท่านอื่น ๆ

เมื่อเดินไปตามบันไดหอเกล็ดทอง จะพบลานกว้างขวางปูด้วยอิฐสี่เหลี่ยมจัตุรัส คราคร่ำไปด้วยผู้คน ห่างออกไปจากลานกว้าง คือฐานซึ่งทำจากหินอ่อนสีขาวตั้งอยู่เหนือบันไดเก้าขั้นแนวหรูอี้ บนฐานคือมหาวิหารอันงดงามตระการตาพร้อมหลังคาสองชั้นซ้อนกัน(ช่งเหยียนเซียซาน) มหาวิหารช่างใหญ่โตโอฬารงดงามมองลงมาด้านล่างแลเห็นทะเลโบตั๋นดาราทองคลื่นหิมะ โถงใหญ่ : โถงสัประยุทธ์เพริศแพร้ว  ห้องส่วนตัวของประมุขสกุล : ตำหนักกรุ่นกลิ่นมวลผกา (ฟางเฟย)

สัญลักษณ์สกุล : ดอกโบตั๋นขาว ดาราทองคลื่นหิมะ

ประมุขสกุล : จินกวงซ่าน

 

 

ลักษณะเด่น : สกุลจินมีนิสัยเย่อหยิ่งทะนงตน รักความหรูหรา อวดร่ำอวดรวย เหล่าทายาทสกุลจินแห่งหลานหลิงจะแต้มจุดสีชาดไว้กลางหน้าผาก นัยว่า “รู้แจ้ง ปณิธานแรงกล้า สีชาดนำพาสกุลรุ่งโรจน์” ชุดสำนักสีขาวปักด้วยไหมทอง เสื้อคลุมตัวยาวคอกลมเย็บปักอย่างวิจิตรงดงาม บนหน้าอกปักด้วยลวดลายดอกโบตั๋นขาวดาราทองคลื่นหิมะอย่างหรูหรา

 

 

 

สกุลเนี่ยแห่งชิงเหอ

ตำหนักเซียน : แดนอสุภ(อะ-สุ-ภะ) ณ ชิงเหอ

 

 

 

แดนอสุภแห่งชิงเหอสร้างตามแนวเขา ทว่าต่างจากความงดงามของกูซู เนื่องจากแดนอสุภนั้นสร้างจากศิลาภูผา สูงชันตั้งตระหง่านน่าเกรงขาม ส่วนด้านนอกของกำแพงได้รับการออกแบบมาอย่างดี ราวกับใช้คมมีดร่างแบบสลักเสลาด้วยคมขวาน กำแพงนี้จึงทั้งยิ่งใหญ่โอฬารและมั่นคงแน่นหนา บริเวณริมทางเดินมีศิลาภูผาสูงใหญ่ก้อนหนึ่งตั้งอยู่ สลักอักษรตัวโตว่า แดนอสุภ

สัญลักษณ์สกุล : ใบหน้าดุร้ายให้ครั่นคร้าม เศียรสัตว์อสูรที่ดูคล้ายสุนัขหรือหมู

บรรพชนผู้ก่อตั้งสกุล : ชื่อแซ่ไม่ชัดแจ้ง ฐานะเดิมเป็นคนฆ่าสัตว์ขายเนื้อ ฝึกวิชาดาบ

ประมุขสกุล : เนี่ยหมิงเจวี๋ย

ลักษณะเด่น :  บรรพชนสกุลเนี่ยเดิมเป็นคนฆ่าสัตว์ขายเนื้อ จึงมุ่งเน้นศึกษาวิชามีดดาบ ประมุขสกุลส่วนใหญ่มีอารมณ์รุนแรงหุนหันใจร้อน แต่แยกแยะถูกผิดชั่วดีขาดจากกันอย่างชัดเจน ชุดสำนักเป็นสีเขียว-เทาเป็นหลัก

 

 

 

 

สกุลเวินแห่งฉีซาน

 

 

ตำหนักเซียน : เมืองไร้ราตรี ณ ฉีซาน เป็นตำหนักเซียนที่ครอบคลุมอาณาเขตพื้นที่กว้างขวางประดุจเมืองเมืองหนึ่ง ขนานนามว่าไร้ราตรี และรู้จักกันในนาม “แดนเซียนไร้รัตติกาล”  กล่าวว่าที่เมืองนี้ไม่เคยมียามค่ำที่มืดมิด ทุก ๆ วันเต็มไปด้วยแสงไฟสว่างไสว ไม่ว่าจะเป็นจำนวนลูกศิษย์ลูกหา กำลังอำนาจ อาณาเขตและอาวุธเซียน บรรดาสกุลอื่นทั้งหลายเป็นได้แค่เพียงฝุ่นธุลี ไม่มีผู้ใดสามารถต่อกรได้ โถงใหญ่ : วิหารเพลิงสุริยัน

 

 

สัญลักษณ์สกุล : ดวงตะวัน หมายถึง “รุ่งโรจน์โชติช่วงดุจตะวัน คงกระพันค้ำฟ้าดั่งอาทิตย์”

บรรพชนผู้ก่อตั้งสกุล : เวินเหม่า เป็นคนแรกที่ยึดหลัก “ตระกูลรุ่งเรือง  สำนักเสื่อมถอย”

ประมุขสกุล : เวินรั่วหาน

 

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเกร็ดหนึ่งของเรื่อง ปรมาจารย์ลัทธิมาร ต้องขอบคุณ @viruskei ที่ช่วยแปลและเรียบเรียงให้เราได้รู้ ตอนนี้ก็เป็นกำลังใจให้ WeTV ฉายทันพร้อมประเทศจีนตามกำหนดเวลาออนแอร์

 

 

 

 

Share This