อากาศหนาวผ่านพ้นไปกลับมาแทนที่ด้วยความร้อนระอุพร้อมกับความร้อนแรงของ 7  หนุ่ม WayV ที่ได้มาจัดงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทย  โดยพวกเขาได้เตรียม โชว์ที่เต็มไปด้วยความเท่ห์ความร้อนแรง ความน่ารักและมีเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเองทั้ง 7 คน

 

เมื่อไฟใน Hall ดับลง เสียงกรี๊ดของเหล่า Wayzenni ดังกระหึ่มลั่น  และเมื่อ VTR จบลง ทั้งเจ็ดคนก็ออกมาแสดง Take off  เป็นเพลงแรกและต่อด้วย Love Talk  เพลงที่ทำให้ทุกคนหลงใหลไปกับพวกเขา ก่อนจะเป็นการทักทายแฟนคลับ  โดยแต่ละคนเตรียมภาษาไทยมาจากคนละเล็กละน้อยไม่ว่าจะเป็น “คิดถึงมากๆครับ” ของหนุ่มลูคัส หรือ จะเป็นการนับเลขโชว์ของหนุ่มเฮนเดอรี่ และบอกเหล่า Wayzenni ให้มาสนุกกับพวกเขาตลอดทั้งแฟนมีทติ้งในครั้งนี้  หลังจากนั้นเป็นการเริ่มเล่นเกม Rainbow รูเล็ต ที่แต่ละคนหมุนวงล้อเพื่อสุ่มคำถามโดยมีตัวเลขตั้งแต่ 1 ถึง 12 ซึ่งในวันแรกพวกเขาตัดสินว่าใครจะหมุนก่อนหมุนหลังจากการโอน้อยออกและเป่ายิงฉุบ ที่เหมือนจับปูใส่กระด้งทำให้เราแฟนคลับหัวเราะกันจนน้ำหูน้ำตาไหล  หลังจากนั้นเมื่อได้ลำดับเรียบร้อย หนุ่มๆก็ออกมาหมุน วงล้อทีละคน และที่สำคัญคือ คำถามของทั้งสองวันแตกต่างกัน  โดยคำถาม ในวันแรก  เช่น  “ลูคัส” ได้คำถามว่า “ถ้าเป็นผู้หญิงอยากจะเดทกับใครในวง”  ซึ่งทางหนุ่มลูคัส คิดอยู่นานสองนาน ก่อนจะพูดเป็นภาษาไทยว่า “ไม่เอาไม่ได้หรอ”  ทำให้แฟนคลับทั้งฮอลอดเอ็นดูเขาไม่ได้สุดท้ายจึงตัดสินใจเลือกหนุ่มวินวิน ด้วยเหตุผล “เพราะเขาหล่อ”

 

อีกหนึ่งคำถามสุดป่วนของวันแรก คือคำถามของหนุ่มเฮนเดอรี่ ที่ได้คำถามให้ตั้งฉายาของสมาชิกในวง แต่เขาก็ไม่ได้คิดคนเดียว เพราะว่าเมื่อถามถึงฉายาของแต่ละคนก็จะมีเสียงกระซิบตลอด  ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มหยางหยางหรือหนุ่มเตนล์  โดยหนุ่มเคอรี่ได้ตั้งฉายาของสมาชิกแต่ละคนคือ

 

  • หยางหยางได้ฉายาเป็น Annoying Orange
  • ลูคัส ได้ฉายา Big Tall Baby
  • เฉียนคุนก็ได้ฉายาเป็นโดราเอมอน เพราะว่าในกระเป๋าของเขาจะบอกทุกสิ่งอย่าง ถ้ามีใครต้องการอะไรก็สามารถไปขอเขาได้ เหมือนกระเป๋า 4 มิติของโดราเอม่อน
  • วินวินที่ได้ฉายา เทเลทับบี้
  • เตนล์ ที่ได้ฉายาเป็น Tennalisa
  • แต่ที่เรียกเสียงกรี๊ดมากที่สุดก็คือฉายาของหนุ่มเซียวจวิ้น หนุ่ม เฮนเดอรี่  ตั้งฉายาเขาว่า my dear Dinosaur เพราะว่า เขาหน้าเหมือนไดโนเสาร์   

 

อีกคำถามที่เรียกเสียงกรี๊ดกระหึ่ม คือ  “เตนล์”  มีวิธีคลายเครียดอย่างไรบ้าง  หนุ่มเตนล์  ตอบว่าวิธีคลายเครียดก็คือการไปเล่นหูของ “วินวิน” พร้อมทั้งเข้าไปสาธิตการเล่นหูทำให้เหล่าแฟนคลับได้ตายไปเลยจ้า

 

 

ส่วนวันที่ 2  เป็นคำถามที่เราจะได้รู้จักกับหนุ่มๆให้มากยิ่งขึ้น เช่น  ส่วนที่ลูคัสชอบในตัวเองคือส่วนใด “ลูคัส” ตอบว่า  ช่วงขา ช่วงตัวที่ดูสูง  และคำถามของหนุ่มหยางหยางที่ถามว่าอยากเล่นดนตรีประเภทอะไร เค้าตอบ ว่าสิ่งที่อยากทำ คือการเล่นไวโอลินไปด้วยแรพไปด้วยและเต้นไปด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มที่ครบเครื่องทุกอย่างมากจริงๆ

 

 

หลังจากตอบคำถามเสร็จปุ๊บ ก็เข้าสู่ช่วงการแสดงยูนิตมิชชั่น โดยหนุ่มทั้ง 7 คนจะแบ่งออกเป็น 2 unit คือยูนิตสายโวคอล ที่ประกอบไปด้วยหนุ่ม เฉียนคุน เซียวจวิ้น และ เตนล์ ในเพลง face to face ที่มีทั้งความละมุนละไม ความไพเราะ รวมถึงการได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ของเมนร้องที่ทำออกมาได้สุดยอดมากๆ ส่วนอีก 1 ยูนิตก็คือสายแร็พกับเพลง king of heart ประกอบไปด้วยหนุ่มหยางหยาง เฮนเดอรี่ ลูคัส และ วินวิน มาพร้อมกับลุคสุดเท่และเซ็กซี่ ทำให้เหล่าแฟนคลับตายกันไปแล้วครึ่งฮอล  

 

 

เมื่อยูนิต Mission เสร็จสิ้นลงจึงเข้าสู่ช่วงต่อไป คือการเล่นเกมที่  warm up เกมส์โดยเกมส์นี้ทั้งสองวันจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งวันแรกเป็นการเล่นแบบแบ่งทีม โดยทีมนึงจะมี 4 คน อีกทีมจะมี 3 คนและ 1 คนในทีมที่มีจำนวน 4 คนจะเป็นตำแหน่งผู้รักษาจำนวนคนในทีม ก็คือจะต้องเล่นทั้งสองทีม โดยสิทธิพิเศษของผู้เล่นคนนี้ คือไม่ต้องโดนลงโทษถึงแม้ว่าทีมจะแพ้ก็ตามโดยทีม 4 คนจะประกอบไปด้วย เฮนเดอรี่ เซียวจวิ้น เฉียนคุนและวินวิน  ส่วนทีม 3 คนส่วนประกอบไปด้วย หยางหยาง ลูคัส และ เตนล์  และตำแหน่งผู้รักษาจำนวนผู้เล่นก็คือวินวิน โดยได้มาจากการที่ทีม 3 คนได้เลือกสมาชิกหนึ่งในทีม 4 คน จากการให้ทำท่าน่ารักๆ  ซึ่งทั้ง 4 คนก็ไม่มีใครยอมใคร ต่างทำท่าน่ารักๆ ให้แฟนคลับกรี๊ดกันสนั่นฮอลล์  และในที่สุดทีม 3 คนก็ได้เลือกวินๆ และเกมนี้ มีทั้งหมด 3 ด่าน คือ

หนึ่งโยนห่วงเข้าเขากวางเรนเดียร์ให้ครบ 3 อัน  ด่านที่สอง คือ  ควงเอวให้แผ่นซีดีไหลไปตามสปริง และด่านที่สาม ถ่ายคลิปจากการตั้งขวดโดยทั้งหมดจะต้องทำให้ได้ภายใน 90 วินาที  ซึ่งเริ่มที่ทีม 4 คนก่อน  ช็อตเด็ดของทีมนี้คือ ตอนเล่นด่านแรก เฮนเดอรี่ ใช้ช่วงตัวที่ยาวของเขาให้เป็นประโยชน์คือการโน้มลงไปเอา ห่วงใส่ลงไปในหัวกวางเรนเดียร์ของวินวิน ทำให้ลูคัส ถึงกับต้องพูดออกมาว่า “ไม่ได้ ไม่ได้ อย่าโกง”  เป็นภาษาไทยเรียกเสียงหัวเราะให้กับคนทั้งฮอล  แต่ก็น่าเสียดายโดยในครั้งแรกของทีม 4cคน  ทำภารกิจไม่สำเร็จไม่ครบทั้ง 3 ด่านภายในเวลา  90 วินาที ส่วนทีม 3 คนนั้น ก็เช่นเดียวกันไม่สามารถทำภารกิจทั้ง 3 ด่านได้ภายใน 90 วินาที โดยทีม 3 คน พลาดในด่านสุดท้าย คือการตั้งขวดไม่ทันภายในเวลาที่กำหนด ทำให้ต้องมีการแก้มือเล่น อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้การหมุนห่วงแผ่นซีดีสามารถใช้มือช่วยได้ต่างจากครั้งแรกที่ไม่ให้ใช้มือ  รอบนี้ความหรรษา มาเต็มทั้งทีม 4 คนละ 3 คน โดยทีม 4 คน เฮนเดอรี่มาด้วยลีลาการควงเอวที่สุดยอดในเกมหมุนควงแผ่นซีดี  ลีลา เรียกว่าเด็ดมากๆ  ส่วนทีม 3 คนในความหรรษานั้นมีอยู่ในทุกๆเกม เริ่มที่เกมแรก โยนห่วงเข้าเขากวางเรนเดียร์ ก็ได้หนุ่มลูคัสโยนหนุ่มเตนล์รับ แต่ความพีคอยู่ที่ช่วงตัวของลูคัสที่ยาวมากๆ จนสามารถโน้มเข้าไปใส่ห่วงลงบนเขากวางเรนเดียร์ได้อย่างง่ายดาย ส่วนเกมที่ 2 นั้นก็ได้หนุ่มหยางหยางและวินวินมาเล่น  ทำให้หลายคนหัวเราะกรามค้างกับท่าทางของเขาทั้งคู่ เพราะหยางหยางที่หมุนไปยังไม่ถึงสุดก็วนกลับมารับแต่ กรรมการไม่เห็นถือว่าให้อภัย ทำให้ในเกมนี้ทีมที่ชนะไปคือทีม 3 คนและหนุ่มวินวินก็ไม่โดนลงโทษ สำหรับบทลงโทษในเกมนี้คือ ทีมที่แพ้จะต้องเลี้ยงข้าวทีมที่ชนะ ซึ่งต้องส่งหลักฐานผ่าน Social Media ต่างๆให้ทุกคนได้เห็นว่าทำตามบทลงโทษเรียบร้อยแล้ว

ส่วนวันที่ 2 เกม warm up  เป็นการเล่นแบบแผ่นเดียวโดยจะเป็นการเขย่าปิงปอง ใครเหลือปิงปองน้อยที่สุด และทำเวลาได้ดีที่สุด จะเป็นผู้ชนะ  มีเวลาให้ 60 วินาที   เกมนี้หนุ่ม “เฉียนคุณ” วาดลวดลายลีลา 18+ มากจนทำให้สมาชิกอย่างลูคัสทนดูไม่ได้ต้องวิ่งเข้าหลังเวทีด้วยความเขินอาย พร้อมเสียงหัวเราะแฟนคลับ  ส่วนหนุ่มที่เก่งที่สุดในนี้ต้องยกให้ “หยางหยาง” เจ้าของท่าหกสูง และใช้เวลาเหลือ 53 วินาที จึงเป็นผู้ชนะไป แต่แค่นี้ก็ยังไม่พอหนุ่มๆก็ยังติดลมบนกับการแข่งขัน จึงมีการแข่งแมตช์พิเศษ ใครทำท่าหกสูงได้นานที่สุดถือเป็นผู้ชนะ โดยงานนี้คนชนะคือหนุ่มเตนล์ ที่ค้างท่าหกสูงไว้ได้นานที่สุด

 

หลังจากเล่นเกมกันเสร็จเรียบร้อย ทุกคนกลับมาที่การแสดงอีกครั้งกับเพลง Say it come back หรือว่าเพลงโปรโมทจากอัลบั้มล่าสุด Take Over the moon อย่างเพลง มูนวอล์ค  และเมื่องานดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายที่ทุกคนต่างเผยความในใจของพวกเขากับแฟนคลับ  เล่นเอาซึ้งกันเลยทีเดียว เริ่มที่ “เซียววจิ้น” กล่าวว่า เขารู้สึกได้ถึงความรักที่สาวๆในไทยมอบให้ตั้งแต่สนามบิน เสียงดังเหมือนพกไมค์กันมาเลยทีเดียว

 

 

ส่วนหนุ่ม “ลูคัส” บอกว่า เวลาเขามาเมืองไทยเขาจะคิดถึงคุณแม่ของเขามาก ที่จริงแม่เขาอยากมาดูงานนี้มากที่เมืองไทยมาก แต่เขาไม่ให้มา แม่เขาเลยโกรธมาก เรียกเสียงหัวเราะให้กับเหล่าแฟนคลับ  และยังกล่าวต่ออีกว่า เขาอยากให้แม่มาเห็นเขาในเวทีที่ใหญ่กว่านี้ครั้งหน้าเขาสัญญาว่าเขาจะให้แม่มาดูการแสดงที่ยิ่งใหญ่และเท่มากขึ้นกว่านี้

สำหรับ “เตนล์”  เขาภูมิใจมากที่แฟนคลับต้อนรับขับสู้ ดูแลสนับสนุนพวกเขาเป็นอย่างดี เขาสัญญาว่าครั้งหน้าเขาจะกลับมาเจอกันให้เร็วที่สุดและบ่อยจนเบื่อกันไปข้างนึงเลยทีเดียว  แต่ในวันที่ 2  มีความพิเศษเพิ่มเติมคือมีครอบครัวของหนุ่มเตนล์ เซียวจวิ้นและคุณแม่ของหยางหยางได้มาดูการแสดงรอบนี้ด้วย โดยเตนล์  ได้กล่าวว่า เขาดีใจมากที่ได้พาครอบครัวเวย์วีมาเจอกับครอบครัวจริงๆของเขาที่นี่ ส่วนหนุ่มเซียวจวิ้น

 

 

ได้บอกว่า เขาไม่ได้เจอพี่ชายมานานมากแล้ว เขาดีใจมากที่ได้มาเจอครอบครัวในวันนี้  ส่วนหยางหยางเองก็ ดีใจเหมือนกันที่ครอบครัวมาดูการแสดงวันนี้และใกล้จะถึงวันเกิดคุณแม่ของเขาแล้ว เขาเลยให้แฟนๆทั้งฮอลช่วยร้องเพลง Happy Birthday ให้คุณแม่ของเขา เป็นโมเมนต์สุดพิเศษ ที่ไม่สามารถหาที่ไหนได้ หนุ่มคุนซึ่งเป็นหัวหน้าวง  ได้กล่าวเสริมว่า เค้าตื่นเต้นมากที่ได้มาแสดงต่อหน้าครอบครัวของเซียวจวิ้นและหยางหยาง ส่วนลูคัส เล่าเรื่องเกี่ยวกับแม่ของเขาเพิ่มเติมว่าเมื่อก่อนตอนเด็กๆเขามาไทยบ่อยมาก ทุกครั้งที่มาจะโดนแม่ดุว่าทำไมไม่ฟังภาษาไทยแล้วก็โดนตี เจ้าตัวจำได้แม่นเลย ทำให้แฟนคลับต่างหัวเราะชอบใจ สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังสัญญาเหมือนเดิมว่าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด แฟนคลับทุกคนเตรียมตัวเก็บเงินรอรับพวกเขากลับมาอีกครั้งได้เลย  

 

 

 

และเมื่อไฟปิดลงแฟนคลับตะโกนเรียกชื่อวง WayV เพื่อให้พวกเขากลับมาบนเวทีอีกครั้งหนึ่ง ไม่นานพวกเขากลับมาด้วยบทเพลงในอัลบั้มแรกของเขา ซึ่งก็คือเพลง Dream lunch และ  เพลง Let Me Love You เป็นการแสดงที่น่ารักและเอเนอจี้มาเต็มมาก  แถมด้วยโปรเจคสุดพิเศษของเหล่า  Wayzenni  ที่เตรียมมาเซอร์ไพรส์ 7 หนุ่ม   ซึ่งวันแรก โซนอัฒจรรย์ได้แปลอักษรในเพลง Dream Lunch  เป็น คำว่า 520❤V  ภาษาจีนแปลว่า “ฉันรักคุณ”  ส่วนวันที่ 2 แปลอักษร เป็นคำว่า We❤  V ในเพลง  Let Me Love U

 

 

ท้ายสุด ทุกคนได้กล่าวอำลาจริงๆ อีกครั้ง พร้อมโค้งขอบคุณแฟนๆที่มาร่วมชมพวกเขา ก่อนทิ้งท้ายตอนจบในวันที่ 2 เอาไว้ด้วยภาษาไทยว่า “ก็มาดิครับ”  เป็นอันจบงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทยของหนุ่มเวย์วีอย่างสมบูรณ์ โดยทั้งศิลปินและแฟนคลับต่างได้รับความทรงจำดีๆและความสุขพร้อมทั้งกำลังใจที่ส่งให้กันและกันอย่างเต็มที่ ซึ่งหวังว่าในคราวหน้าจะกลับมาพร้อมมอบความสุขอย่างนี้ให้แฟนคลับอีกครั้งหนึ่ง

 

 

งานนี้เรียกได้ว่า ดีงามเกือบทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น แสง สี เสียง บนเวทีที่จัดเต็ม รวมถึงเหล่า WayV  ที่เต็มร้อยกับการแสดง พร้อมโชว์เสน่ห์ในทุกด้านแม้กระทั่งความตลกและเอนเตอร์เทนได้เป็นอย่างดี แต่งานจะสมบูรณ์กว่านี้หากล่ามแปลได้ลื่นไหลไม่เสียอรรถรส เพราะมีบ่อยครั้งที่หนุ่มเตนล์คนไทยในวงช่วยแปล ช่วยแก้ทำให้แฟนคลับเข้าใจบรรยากาศได้มากขึ้น 

 

 

 

เขียน : π41.25

PHOTO CR : WAYV_OFFICIAL  SMTRUE

 

 

 

 

Share This