จบไปแล้วศึกใหญ่ของด้อมสุยเปี้ยนกับมีตติ้งปรมาจารย์ลัทธิมาร ในวันที่ 21 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา นับเป็นโอกาสอันดีที่ทางจีนเลือกจัดงานมีตติ้งในประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่แรกหลังซีรีส์จบ ด้วยกระแสร้อนแรงที่ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่งแทบทุกตอนที่ฉาย กระแสชื่นชมนักแสดงจากแฟนคลับไทยดังไปยังแผ่นดินใหญ่ ทำให้ประเทศไทยถูกเลือกเป็นสถานที่จัดงาน ซึ่งเจ้าพ่องานทั้งหมดคือทางทีมจีน ดังนั้นรูปแบบงานต่างๆรวมทั้งการจัดการทั้งหมดจึงอยู่ที่ประเทศจีน โดยใช้เอเจนซีไทยในการประสานงาน

 

 

 

แล้วที่ว่ามีตติ้งครั้งนี้ปราบเซียนอย่างไร

ปราบเซียนรอบที่ 1  จำนวนบัตร ที่เข้างานกับความต้องการของคนที่อยากเข้าร่วมงานช่างสวนทางกันเหลือเกิน ต่อให้คุณเป็นเซียนกดบัตรจากด้อมไหน ก็ต้องสยบให้กับการกดบัตรของมีตติ้งครั้งนี้ คิวที่แสนกว่ารอไป ใครมีเงินก็บัตรใต้ดินเลยจ้า เป็นมีตติ้งที่ดราม่าเรื่องบัตรตั้งแต่วันแรกยันวินาทีสุดท้ายก่อนเข้างาน เพราะบัตรหายากจริงๆ ยากแม้กระทั่งเพจใหญ่ยังต้องประกาศหาเช่นกัน

 

 

ปราบเซียนรอบที่ 2  ราคาหน้าบัตรสูงสุดที่ 7,500 บาท นับว่าแพงกว่ามีตและคอนเสิร์ตทั่วไป แต่ที่เซอร์ไพรส์สุดคือ บัตรผีราคานี้ปล่อยกันที่ 90,000 กว่า เกือบแสนและที่แสนสาหัสสุดคือบัตรกลุ่มนี้คนจีนครอบครอง แม้ว่าทางผู้จัดจะออกมาประกาศว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและจะดำเนินคดีตามกฎหมายแล้วก็ตาม

 

ปราบเซียนรอบที่ 3 กับวลี “ไม่รู้”  ซึ่งไม่รู้จริงๆว่า งานจะเริ่มอีกวันสองวันนี้สิทธิมีอะไรบ้าง มีกฎอะไรบ้าง แม้กระทั่งของขายประกาศเพียงล่วงหน้า 1 ชั่วโมงก่อนขายจริงและก่อนวันงานจริง 1วัน เป็นการท้าทายความสามารถของแฟนคลับมาก พรีออเดอร์ฝากหิ้วฝากขายกันทันใด     

 

 

ปราบเซียนรอบที่ 4  ทีมสนามบินวันแรก 19 กันยายน 2562 ที่รอต้อนรับนักแสดงทั้ง 6 คน เริ่มตั้งแต่แฟนคลับทยอยกันไปรอที่สนามบินตั้งแต่เที่ยง ตลอดทั้งวันมีการคาดเดาประตูที่ออกและเนื่องจากเป็นวันที่ชนกันกับศิลปินเกาหลี จึงทำให้สนามบินเนืองแน่นคูณสอง แต่ก็อยู่ในระเบียบเป็นอย่างดี แม้ว่าทีมงานจะไม่ได้แจ้งว่า ซ่งจี้หยาง,วังจั๋วเฉิง,หลิวไห่ควาน,อวี๋ปิน,เฉาอวี้เฉินและเฉินโจวเสวียน ออกประตูไหน ตัวแทนแฟนคลับจึงใช้สรรพกำลังทั้งหมดที่มีเช็คข่าวทั้งแผ่นดินไทยและจีน สรุปรอที่ประตู 7 ด้วยความหวังและความมั่นใจว่าทุกคนออกประตูนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจริง ทีมงานพาออกประตู 9 ซึ่งเป็นประตูศิลปินเกาหลีออก ทำให้แฟนคลับที่เฝ้ารอเป็นพันคนไม่ได้เห็นศิลปินที่เค้ารัก อยู่ๆก็กลายร่างจากคนเป็นพญา “นก” ในทันที และที่สำคัญวันที่ 19 กันยายน เป็นวันครบรอบวันเกิดของ “วังจั๋วเฉิง” ที่แฟนคลับตั้งใจรอร้องเพลงและทำโปรเจค Happy Birthday ให้ แต่ก็ไม่มีโอกาสนั้น ซึ่งสุดท้ายเมื่อ “วังจั๋วเฉิง” และ “หลิวไห่ควาน” ถึงที่พักได้โพสต์เวยป๋อขอบคุณและรับรู้ถึงความตั้งใจแฟนคลับที่ตั้งใจมารอรับ เพียงเท่านี้ก็เรียกพลังแฟนคลับให้ฟื้นคืนมาได้อีกรอบ หลังจากกอดคอร้องไห้กลางประตู 7 กันอยู่พักใหญ่

 

ปราบเซียนรอบที่ 5  เมื่อรู้แล้วว่า ประตู 7 เจ็บปวดแค่ไหน จึงทำให้ได้เรียนรู้ว่า จะรอรับ “เซียวจ้าน” ในวันถัดมาที่ประตู 9 เท่านั้น  มีคนจองพื้นที่ตั้งแต่เที่ยงคืนยืนยาวกว่า 24 ชั่วโมง ยิ่งใกล้เวลาคนยิ่งเยอะ และมีการประกาศดีเลย์เที่ยวบินจากตี 1 เป็น ตีสองครึ่ง จนสุดท้ายไปตี 4 ซึ่งแม้จะดีเลย์อย่างไรก็ไม่ทำให้แฟนคลับที่มารอหวั่นไหว ยังคงปักหลักที่ประตู 9 ยาวไปประตู 6 เช่นเดิม จนกระทั่งภายในสนามบินวุ่นวายเนื่องจากแฟนคลับจีนที่บินมาพร้อมกันและแฟนคลับบางส่วนที่มารอรับข้างในเยอะจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แม้แต่ตัวศิลปินเองยังแทบเดินไม่ได้ สุดท้ายเวลาประมาณ 4.00 น. ได้รับการแจ้งว่ามีการยื่นคำร้องขอเปิดประตู VIP เป็นการชั่วคราว ซึ่งประตูนี้ไม่เปิดให้ศิลปินใช้มานานแล้ว ทำให้คนที่ประตู 9 พลาดที่เจอ “เซียวจ้าน” ด้วยเช่นกัน  

 

ปราบเซียนรอบที่ 6 ตลอดทั้งวันของวันที่ 20 กันยายน 2562 ทางฝั่ง “หวังอี้ป๋อ” ที่กำหนดการเดิมจะมาถึงบ่ายวันงาน (21 ก.ย 62) มีการปล่อยข่าวและเช็คสายการบินว่ามีชื่อเจ้าตัวถึง 3 สายเที่ยวบิน ซึ่งไม่มีใครรู้เลยว่าเขามาเที่ยวบินไหน จนกระทั่งทราบว่าขึ้นเครื่องบินเจทส่วนตัวลงดอนเมืองในเช้าของวันที่ 21 เวลาไล่เลี่ยกับทางสุวรรณภูมิ

 

ปราบเซียนรอบที่ 7 กฎต่างๆที่ประกาศไว้ ห้ามไม้เซลฟี่ ห้ามนำอาหารเข้าไปรับประทาน รวมถึงห้ามถ่ายรูป แต่แฟนคลับไทยเราได้เห็นรูปสวยๆจากแฟนคลับจีนแบบเรียลไทม์เลย ภาพสวย มุมสวย เซฟจนเมมเต็ม

 

ปราบเซียนรอบที่ 8 บรรยากาศภายในงานตั้งแต่เริ่มจนจบศิลปินดีมากๆ เห็นถึงความตั้งใจและความทุ่มเทของทุกคนกับการแสดงในมีตติ้งครั้งนี้ โดยเฉพาะ “หลิวไห่ควาน” ที่พยายามฝึกพูดภาษาไทยเพื่อสื่อสารกับแฟนคลับไทยที่รอฟังอย่างตั้งใจแต่สุดท้ายจบลงด้วยเสียงตะโกนจากแฟนคลับจีนว่า “ฟังไม่รู้เรื่อง” แต่ไม่เป็นไร งานนี้แฟนคลับไทยแห่ไปให้กำลังใจที่โพสต์เวยป๋อของ “หลิวไห่ควาน” เพียบ เป็นกำลังให้เจ้าตัวพูดใหม่อีกครั้ง ส่วนศิลปินคนอื่นๆก็สร้างความประทับใจให้แฟนคลับได้ไม่แพ้กัน เช่น การแสดงรำพัดของ “ซ่งจี้หยาง” ฮือฮาทั้งฮอลล์ ไทม์ไลน์ยกให้เขาเป็นควีนเพราะเป็นโชว์ที่มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะช่วงปิดตารำพัด หรือการแสดงของ “วังจั๋วเฉิง” ที่ร้องเพลงประกอบคาแรคเตอร์ซีรีส์ เสียงทรงพลังขัดกับคาแรคเตอร์น้องน้อยมากๆ พอๆกับ “เฉินโจวเสวียน” ผู้รับบทอาชิง สาวน้อยหนึ่งเดียวในงานมีตติ้งครั้งนี้ ร้องเพลงประกอบซีรีส์ได้ประทับใจคนดูมาก ส่วนอวี๋ปิน มาทั้งร้องและเต้นที่เจ้าตัวแอบกังวลเล็กๆว่าไม่ได้เต้นมาพักใหญ่แล้วแต่ก็ทำออกมาได้เท่ห์มาก และสุดท้ายเฉาอวี้เฉินกับเสียงร้องนุ่มๆ ที่ทำเคลิ้มทั้งฮอลล์

 

 

 

ปราบเซียนรอบที่ 9 โมเม้นต์ทองคำของคู่หลัก “หวังอี้ป๋อและเซียวจ้าน” ทั้งช่วงเล่นเกมและร้องเพลง แม้จะมีเวลาน้อยนิดแต่ความฟินมหาศาล โดยเฉพาะรอยยิ้มของ “เซียวจ้าน” ก่อนเรียก “หวังอี้ป๋อ” ขึ้นมาแสดงคู่กัน เล่นเอาติดเทรนด์เวยป๋อกันเลยทีเดียว

 

 

ปราบเซียนรอบที่ 10 ช่วงสิทธิพิเศษของผู้โชคดี “GOODBYE SESSION” ที่ไม่มีเซียวจ้าน เพราะต้องรีบบินไปงานที่มิลานต่อ โชคดีแต่ไม่สุด แต่ดีที่สุดแล้วที่โชคดี

 

ปราบเซียนรอบสุดท้าย GOODBYE เหล่านักแสดงที่สนามบินอีกครั้งเพื่อส่งกลับประเทศจีนที่ประตู 1 ของการบินไทย ทุกคนมาดหมายไว้ว่าใครที่นกประตู 7 ของวันแรกจะต้องได้เจอเค้าทั้ง 6 ที่นี่อย่างแน่นอน แฟนคลับมารอรับข้ามคืนอย่างเป็นระเบียบ พอถึงเวลาจริงมีเพียง 5 คน ส่วนคนที่หายไปนั้นคือ “หลิวไห่ควาน” ที่อยู่เที่ยวต่อประเทศไทย

 

 

 

ทั้งหมดทั้งมวลคือไทม์ไลน์ของมีตติ้งปรมาจารย์ลัทธิมารในครั้งนี้ สิ่งที่ดีที่สุดคือความรักของแฟนคลับที่ตั้งใจสนับสนุนงานของศิลปินที่พวกเค้ารัก ทั้งซุ้มการจัดงานด้านหน้างานของแฟนคลับจีน พวกเค้าบินตรงมาเพื่อจัดเองกับมือ ของฝากและของที่ระลึกที่แฟนคลับไทยนำมาแจกให้กับแฟนคลับด้วยกันเอง และสิ่งที่ดีที่สุดคือ “ศิลปิน” ของพวกเค้าทุกคน แม้ว่าจะมีเวลาน้อย ไม่ได้เที่ยวเลยแต่พวกเค้าเก็บความรู้สึกแฟนๆกลับไปด้วย ไม่ผิดหวังเลยที่ทุกคนทุ่มเทและรักนักแสดงกลุ่มนี้

 

ใครที่นกมีตติ้งประเทศไทย ยังมีโอกาสที่จีน ครั้งนี้จัดบนแผ่นดินเค้า ต้องถามว่า “สู้ไหวรึเปล่า” ที่จะได้พบพวกเค้าอีกครั้ง

 

*****

 

« 1 of 2 »

 

Share This