กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว….

ตัวฉันเองเคยวาดฝัน ปลดปล่อยจิตนาการ และสร้างภาพเจ้าชายในแบบฉบับของตัวเอง

 

ลองมองย้อนกลับไปในวัยเด็ก หรือในนาทีที่จิตนาการพาคุณไปพบกับเจ้าชายในฝัน เป็นบุรุษรูปงาม มีฐานะ มีหน้าตาทางสังคม รวมถึงการเป็น “คนดี” หรืออยู่ตามแบบฉบับในนิยาย… ที่มองแล้วหาได้ยากจากความเป็นจริง

 

คำว่า “คนดี” จะมีความหมายอย่างไร หากเป็นเพียงถ้อยคำที่หลุดออกมาจากปากตนเอง คอยป่าวประกาศบอกคนทั้งโลกว่าฉันนี่แหละคนดี คงมีคนมองและตีความหมายของคำว่าดีผิดออกไป มันอาจจะอยู่กับความรู้สึกของคุณได้นาน แต่ไม่ใช่กับทุกคนที่กำลังมองคุณอยู่ เพราะคำว่าคนดีไม่ใช่การที่คุณตัดสินตัวเองว่าเป็นคนดี แต่คำว่าคนดีเกิดจากตัวคุณ ที่ต้องทำ และให้คนอื่นตัดสินว่าตัวคุณว่า คู่ควรกับคำว่าคนดีแล้วหรือยัง

เหมือนกับ “หวังจวิ้นข่าย”  เด็กผู้ชายที่แสนธรรมดา แต่มีอะไรที่ไม่ธรรมดา จากเด็กชายที่มีชื่อเสียง คนติดตามใน Weibo ถึง 75 ล้านคน จากเด็กชายที่มีพร้อมทุกอย่าง สู่การทำให้ทุกอย่างพร้อมและรอคอยที่จะแบ่งปัน

 

หากเจ้าชายมีม้าขาวเป็นยาพหนะ  หวังจวิ้นข่ายก็มีความมุ่งมั่นและปณิธาน

หากเจ้าชายมีโล่เป็นเกาะป้องกัน  หวังจวิ้นข่ายมีแฟนคลับนับล้านเป็นกำลังใจ

หากเจ้าชายมีมีดดาบและธนูเป็นอาวุธ  หวังจวิ้นข่ายก็มีสมองและสองมือ

 

นี่แหละ เจ้าชายในแบบฉบับของฉัน….

 

 

 

การก่อตั้ง “Kindle Blue Fund (焕蓝梦想基金)”

มูลนิธิกองทุนพิเศษที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสวัสดิการสังคมและสาธารณะ โดยมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับพัฒนาสังคมให้มีคุณภาพสูงสุด ถึงแม้กองทุนนี้จะเพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2017 และมีระยะเวลาเพียงแค่2ปีเท่านั้น  แต่สิ่งที่มูลนิธินี้ได้ทำให้กับสังคม มันยิ่งใหญ่และมีคุณค่า จนสามารถมองข้ามเรื่องระยะเวลาไปได้เลย เราไม่มีทางรู้เลยว่าที่จริงแล้วภายในหัวใจของเขากำลังคิดอะไรอยู่  ถึงได้เริ่มก่อตั้งโครงการนี้ แต่หลังจากที่ได้เห็นเห็นแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ในขณะที่พูดเรื่องการได้ทำสิ่งต่างๆให้คนอื่น พูดถึงจุดประสงค์ในสิ่งที่ทำ และพูดถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าผลกระทบนั้นจะไม่ได้เกิดกับตัวเขาเอง แต่เขาเองกลับมองและคิดเผื่อถึงทุกคน ที่ไม่มีโอกาสที่จะได้รับสิ่งต่างๆมากมายในแบบที่เขาได้รับมา

 

 

“หวังจวิ้นข่าย”  เริ่มด้วยการสร้างห้องสมุดการเรียนรู้พิเศษสำหรับเด็ก เมื่อวันที่21 กันยายน 2018 “ห้องสมุดภูมิปัญญาสำหรับเด็กของหวังจวิ้นข่าย” ได้เสร็จแล้วทั้งสิ้น 10 อาคาร กระจายอยู่ใน กันซู่ ฝูเจี้ยน ชิงไห่ เจ้อเจียง เหอหนาน และเชื่อว่า “ภูมิปัญญา” นี้จะขยายตัวออกไปเป็นวงกว้างในประเทศ และกลายเป็นต้นแบบหรือพิมพ์เขียวแห่งความฝัน ที่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยเริ่มจากหนังสือดีๆหนึ่งเล่ม ที่อยู่ในมือของเด็กเหล่านั้น

 

“ต่อให้เด็กๆเหล่านี้ไม่ต้องออกไปข้างนอกก็รับรู้ได้ พวกเขาที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในโลกภายนอกมาก่อน แต่พวกเขาสามารถเรียนรู้และสัมผัสเรื่องราวโลกภายนอกได้ เพียงเพื่อรับรู้และเข้าใจโลกใบนี้ ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีมากๆ หวังว่าทุกคนจะได้อ่านหนังสือในแบบที่ทุกคนชอบ”

-หวังจวิ้นข่าย-

 

 

อะไรที่ทำให้เขาเริ่มต้นกองทุนนี้โดยพุ่งเป้าไปที่ “การศึกษาและการพัฒนาโอกาสของเด็ก”  เพราะความฝันในวัยเด็กไม่ใช่เป้าหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับอารมณ์ตัวเอง ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เพราะฉะนั้นนี่คือการสร้างโอกาสให้เด็กที่ด้อยโอกาสได้เรียนรู้และพบเจอสิ่งต่างๆจากโลกภายนอก โดยผ่านหนังสือดีๆที่เขาหยิบยื่นให้ เพื่อเป็นโลกอีกใบที่สร้างแรงบันดาลใจและสานฝันของเด็กๆต่อไป

 

เมื่อเจ้าชาย..ไม่ได้มีความเมตตาเพียงเพื่อให้เพื่อนมนุษย์เท่านั้น แต่เขากำลังฟัง “เสียงกระซิบ” ที่ดังจากสิ่งมีชีวิตร่วมโลกสายพันธุ์อื่น

 

 

เดือนกรกฎาคม ปี2018 หวังจวิ้นข่ายเดินทางไปยังศูนย์โครงการอนุรักษ์เสือไซบีเรียแห่งชาติหุนชุน มณฑลจี๋หลิน เพื่อร่วมงานกับเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนภาคสนาม เรียกร้องให้ดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

เพราะอะไร…ถึงต้องอนุรักษ์เสือ?   การที่เสืออาศัยอยู่พื้นที่นั้นก็เปรียบเสมือนตัวแทนที่แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศยังคงความอุดมสมบูรณ์ น้ำใสสะอาด ป่าไม้เขียวขจี  อากาศบริสุทธิ์สดชื่น เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ ในการเดินทางไปศูนย์โครงการอนุรักษ์เสือไซบีเรียแห่งชาติหุนชุนในครั้งนี้ เขาได้พบล่องรอยพวกลักลอบล่าสัตว์ป่า มีการวางกับดักล่าสัตว์อื่นๆไว้ และอาจมีผลกระทบกับเสือทางอ้อม โดยธรรมชาติของเสือแล้ว หากถูกกับดักรัดคอ มันจะใช้แรงทั้งหมดในการกระชากดึงตามสัญชาตญาณ ด้วยเหตุนี้ทำให้เชือกกับดักรัดคอพวกมันจนตาย หวังจวิ้นข่ายได้มีโอกาสลงมือแก้บ่วงล่าสัตว์ จนเจ้าหน้าที่ออกปากชมว่า “ในหมู่คนรุ่นใหม่ เขาเป็นคนที่สองที่เจ้าหน้าที่เห็น” ซึ่งคนแรกคือ “เหยาหมิง” (นักบาสของจีน)

 

หวังจวิ้นข่ายมองข้ามการเดินทางที่เหน็ดเหนื่อย แต่มองเห็นถึงการเรียนรู้ และยินดีที่สัมผัสประสบการณ์การทำงานของเหล่าเจ้าหน้าที่ ถึงแม้การทำงานในแต่ละวันจะมีเวลาค่อนข้างสั้น แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้จากการทำงานของเหล่าเจ้าหน้าที่ ที่พยายามกระตุ้นทำให้คนตระหนักถึงการอนุรักษ์และปกป้องเสือ หรือสัตว์อื่น ตามแนวคิดของบุคคลที่ฟังเสียงกระซิบจากป่า

 

“งานพิทักษ์ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ที่นี่ผมอยากแสดงความนับถือต่อเหล่าเจ้าหน้าที่ ผู้ที่เข้าไปปกป้องเหล่าเสือในป่า ขอบคุณที่ทำให้ผมได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายในวันอนุรักษ์เสือโลก”

 -หวังจวิ้นข่าย-

 

 

เจ้าชายผู้ฟังเสียงกระซิบ สู่การเป็นกระบอกเสียงที่ยิ่งใหญ่

 

“หวังจวิ้นข่าย” ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานประชุมระดับชาติมากมาย ในฐานะตัวแทนของกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ที่มีความเป็นผู้นำ

 

 

6 พฤษภาคม 2019 เขาได้เข้าร่วมการประชุม APEC Voices of The Future 2019 เป็นการประชุมของกลุ่มเยาวชน เพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ที่จัดขึ้นพร้อมกับการประชุมสุดยอด APEC โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ APEC และส่งเสริมบทบาทความเป็นผู้นำด้านวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศ ในงานหวังจวิ้นข่ายได้ชูประเด็นเรื่อง “การไม่มองข้ามเยาวชน” เขาได้กล่าวว่า…

 

 

 

ผมหวังว่าเยาวชน จะสามารถพัฒนาตัวเองและเน้นความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาโลกได้มากขึ้น อีกทั้งผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการให้ดียิ่งขึ้น ผมหวังเพียงให้พวกคุณ ได้ยินเสียงของกลุ่มเยาวชน และไม่มองข้ามความคิดของพวกเรา” 

-หวังจวิ้นข่าย-

 

 

จากเจ้าชายผู้เดินดิน..

 

 

“หวังจวิ้นข่าย” ได้รับตำแหน่งเป็นทูตสันถวไมตรีแห่งชาติ และเป็นทูตที่อายุน้อยที่สุด ของ UN : United Nations (องค์การสหประชาชาติ เป็นองค์การระหว่างประเทศ มีความมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ความร่วมมือในกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อความมั่นคงระหว่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ กระบวนการทางสังคม สิทธิมนุษยชน และการบรรลุสันติภาพโลก)

 

 

 

“ผมเห็นชื่อโครงการของผม ที่จะเป็นแนวทางในการกระตุ้นทุกคน ซึ่งตัวผมเองไม่ได้หวังว่าทุกคนจะต้องเข้าร่วมโครงการเพราะตัวผม เพียงแต่หวังว่าทุกคนจะเข้ามาเพื่อดูแลและปกป้องธรรมชาติ ขอบคุณ UN ที่เปิดประตูบานนี้ให้แก่ผม ทำให้ผมและคนทั่วโลกหันมาสนใจการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น เพื่อประโยชน์แก่พวกเราทุกคน ที่จะร่วมต่อสู้ไปด้วยกัน”

 

 “หวังจวิ้นข่าย” ไม่ได้พัฒนาตนเองแค่ทักษะด้านการร้องเพลง หรือการแสดงแต่เขากำลังก้าวเข้าสู่บทบาทการเป็นพลเมืองของโลก เขาไม่ได้เพียงพูดว่ากำลังทำอะไรให้คนทั้งโลกรู้ แต่เขากำลังทำให้คนทั้งโลกเห็นในสิ่งที่เขากำลังทำ จากความรักในทุกรูปแบบที่เคยได้รับจากแฟนคลับนับล้าน มาสู่การแบ่งปันความรัก ความรู้สึก และโอกาสให้เพื่อนร่วมโลก

พวกเราจะคอยเฝ้ามองเส้นทางในอนาคตของคุณ

เจ้าชาย…

 

 

 

 

#王俊凯 #karrywang #wangjunkai #TFBOYS #TFBOYS王俊凯 #왕준개 #왕준카이  #VươngTuấnKhải #ワンジュンカイ #หวังจวิ้นข่าย

 

 

Share This