หากใครติดตามวงการบันเทิงของจีน โดยเฉพาะวงการเพลงย่อมต้องเคยเห็นหรือได้ยินชื่อของนักร้องคนหนึ่ง หากใครยังไม่รู้จัก ลองมาทำความรู้จักกับเขากันค่ะ แล้วคุณจะพบกับนักร้องคุณภาพอีกคน

 

 

 

ชีวิตวัยเด็ก

华晨宇 (Huachenyu) ฮวาเฉินหยู หรือ ฮวาเฉินอวี่ เรียกสั้นๆว่า “ฮวาฮวา” นักร้อง,นักแต่งเพลง,นักดนตรี ทรงอิทธิพลระดับท็อปของจีน ชีวิตในวัยเด็กเติบโตมาท่ามกลางความเหงาเพราะพ่อกับแม่แยกทางกัน เขาอยู่กับพ่อผู้ซึ่งต้องทำงานเดินทางตลอด ไม่มีเวลากลับบ้าน  อีกทั้งพ่อยังเป็นคนพูดน้อย บทสนทนาระหว่างเขากับพ่อทุกครั้งที่กลับบ้านจะทักทายถามถึงโรงเรียนและเกรดการเรียนเท่านั้น ไม่เคยชื่นชมเขาเลยแม้ว่าเขาจะได้คะแนนคณิตศาสตร์เต็มก็ตาม  ฮวาฮวามีพี่เลี้ยงคอยดูแลแต่ด้วยความที่เป็นเด็กเขาจึงไม่เปิดใจยอมรับเพราะรู้สึกว่าไม่ใช่คนในครอบครัว เขาจึงโตมาคนเดียวกับการ์ตูนและของเล่น  เป็นคนไม่กล้าที่จะสื่อสารกับคนอื่นๆ กลัวที่จะคุยกับคนแปลกหน้า แต่เขากลับเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนและเรียนหนังสือเก่งอีกด้วย  (แม้ว่าจะชอบนั่งมุมห้อง) โดยเฉพาะวิชาคำนวนซึ่งได้คะแนนเต็มเสมอ ส่วนแม่ของเขาก็มีโอกาสได้เจอกันทุกๆครึ่งปี 

 

 

เส้นทางดนตรีและเป้าหมาย

จุดเริ่มต้น ฮวาฮวาไม่ใช่คนที่ชอบดนตรี เขาถูกครอบครัวผลักดันให้เรียนดนตรีตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ โดยเริ่มเรียนฟลูต ซึ่งเขารู้สึกว่าการเรียนฟลูตนั้นไม่แตกต่างจากการเรียนคณิตที่เขาถนัด  หลักจากนั้นไม่นานเขาจึงเปลี่ยนไปเรียนเปียโนและตกหลุมรักโลกของดนตรีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

 

 

โลกของ “ฮวาเฉินหยู” มีเพียงบ้านและโรงเรียน แทบไม่เคยออกไปไหนเลย เขาเริ่มเขียนเพลงด้วยตัวเองเมื่ออายุ 12 เขาเคยเล่าว่า สามารถปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ๆได้ทุกวัน   มีเพลงนับร้อยที่แต่งเองแต่ไม่เคยปล่อยออกมา หากหนึ่งปีมี 365 วันเขาสามารถเขียนได้ทุกวันแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้กับตัวเขาเอง นอกจากจะเก่งดนตรีแล้ว  สิ่งที่เขามุ่งมั่นตั้งเป้าคือสอบเข้ามหาวิทยาลัยดนตรีอู่ฮั่น (Wuhan Conservatory of Music) เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย หนึ่งในมหาวิทยาลัยอันดับท็อปต้นๆของจีน 

 

 

ปี 2009 เขาตั้งใจสอบเข้ามหาวิทยาลัยดนตรีอู่ฮั่นแต่คะแนนพลาดไปนิดเดียว แม้ว่าคะแนนของเขาจะสามารถยื่นเข้ามหาวิทยาลัยอื่นได้ก็ตาม (พลาดวิชาหลักภาษาเพราะท่องจำไม่เก่ง) ปี 2010 เขากลับไปสอบอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เขาสอบผ่านและสามารถเข้ามหาวิทยาลัยอื่นๆได้อีกด้วยแต่เนื่องจากเขาไม่ต้องการไปไกลจากที่ที่เขาอยู่ จึงเลือกที่จะเข้าอู่ฮั่นตามความตั้งใจเดิม และหนึ่งปีที่เขาได้พักสำหรับเตรียมสอบทำให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลายเต็มที่ การสอบพลาดในปีแรก ทำให้ฮวาฮวาเรียนรู้ว่า ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร เกิดมาเพื่อทำสิ่งที่ตัวเองเท่านั้นที่ทำได้ อะไรก็ตามที่เหมาะสมกับความสามารถตัวเองจะนำพาไปสู่ความสำเร็จ 

 

 

หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ฮวาฮวา ไม่มีความฝันหรือสิ่งที่อยากทำเป็นพิเศษ เขาจึงไม่มีเป้าหมายอะไรในชีวิต ไม่ได้คิดถึงอนาคต ไม่ใช่คนที่ต้องการเงินทองและชื่อเสียง เขาจึงใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่ ทำในสิ่งที่เขาชอบที่สุดนั้นก็คือ หาของกินอร่อยๆ นอนพักเต็มที่ เล่นเกม เป็นช่วงที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เขาเคยคิดเพียงว่า ถ้าเรียนจบแล้วอาจจะไปเป็นอาจารย์สอนดนตรีในชนบทที่ห่างไกลสักแห่งเพียงเท่านั้น แต่แล้วในที่สุดก็เกิดเหตุการณ์ที่พลิกผันชีวิต  

 

 

เส้นทางชีวิตที่เปลี่ยนไป

ฮวาเฉินหยู ปรากฎตัวครั้งแรกในรายการแข่งขันประกวดร้องเพลง Super Boy 2013 กับเพลง “Lyricless Song Original version.”  ที่ไม่เหมือนใคร มีแต่ทำนอง ส่วนเนื้อร้องนั้น เขาเรียกว่า “ภาษาดาวอังคาร” สร้างความแปลกใจให้กับกรรมการและผู้ชม  ขณะทำการแสดง กรรมการถึงกับเบรคการแสดงเขาเพื่อทำความเข้าใจ ในขณะเดียวกันกรรมการอีกคนก็ชื่นชมในความสามารถ ถึงกลับกล่าวชมว่า การแสดงและอารมณ์เพลงของเขาเป็นธรรมชาติ นับเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง ขณะที่ฮวาฮวาเองก็ออกมาเปิดเผยภายหลังว่า เพราะเพลงไม่มีเนื้อร้อง คนส่วนมากไม่ชอบเพลงนี้ รู้สึกว่าอินเนอร์เขาเหมือนคนโรคจิต แต่สุดท้ายฮวาฮวาก็ผ่านเข้ารอบไปได้ ด้วยความสามารถและเสียงร้องที่แข็งแกร่ง อินเนอร์การแสดงที่แตกต่างของเขา ทำให้ทุกๆ EP ในรายการมีสีสันสร้างความประทับใจมากยิ่งขึ้น เริ่มมีแฟนคลับติดตาม และแม้ว่ารายการนี้ผู้เข้าร่วมรายการต่างมีความสามารถสูง แต่เขากลับไม่รู้สึกกดดันเลย 

 

 

ปัญหาของเขาในรายการ ไม่ใช่คู่แข่ง ไม่ใช่การแข่งขัน ปัญหาสิ่งเดียวคือ เขาปรับตัวไม่ทันและไม่คุ้นเคยกับการปรากฏตัวในทีวี หลังการออนแอร์ครั้งที่ 2 ระหว่างการซ้อม เขาคิดที่จะถอนตัว จึงเข้าไปบอกทีมงาน ทำเอาทีมงานปั่นป่วนไปจนถึงหัวหน้าผู้กำกับ พวกเขาปรึกษากันตั้งแต่ตี 2 ไปจนถึงสว่าง สาเหตุเดียวที่ฮวาฮวาขอถอนตัวคือ เขาไม่ต้องการเป็นที่รู้จัก  เขาชินกับการอยู่คนเดียว ไม่ชินกับการให้คนอื่นมาวิพากษ์วิจารณ์ตัดสิน รวมถึงใครหลายๆคนที่เข้ามาดูแลเขาอย่างดี เขารู้สึกดีใจที่คนรักเขาแต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าต้องมีอะไรตอบแทนกลับไป ต้องคืนกลับไปให้มากๆ มีคอมเม้นท์มากมายที่เขาเองไม่สามารถตอบกลับได้ทุกคน  สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกแย่และไม่ชอบชีวิตแบบนี้ เขาจึงอยากกลับไปใช้ชีวิตเรียบๆแบบที่ไม่มีคนรู้จัก ซึ่งสุดท้ายแล้วทีมผู้กำกับบอกเขาว่า ไม่ต้องกังวลใจเพราะต่อให้เขามีชื่อเสียงขึ้นมา เขายังสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ออกไปเดินข้างนอกได้ กินดื่มใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้ เพราะเขาไม่ได้มีชื่อเสียงมากขนาดนั้น จึงทำให้ฮวาฮวาตัดสินใจที่จะแข่งต่อ และเขาเลือกที่จะตอบแทนแฟนๆด้วยการเป็นตัวของตัวเอง และเห็นแฟนๆเป็นเพื่อน เหมือนครอบครัวเดียวกันที่ยืนอยู่ข้างกันตลอดเวลา  

 

 

การแข่งขัน Super Boy 2013 ในวันตัดสินไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกดดันหรือตื่นเต้นอะไรเลย ชัยชนะไม่ได้ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนแปลง เพียงแค่ต้องเดินสายรับรางวัลและเข้าร่วมงานร้องเพลงในเวทีต่างๆมากขึ้น ถ้าเปรียบเทียบคงเหมือนได้คะแนนเต็มตอนสอบสมัยเด็กๆ และหากแม้ว่าคืนนั้นเขาไม่ได้รางวัลก็ไม่รู้สึกเสียดายหรือต้องแคร์อะไร ในคืนที่ประกาศรางวัลมีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขามีความสุข คือการได้รับคำชมจาก “พ่อ” ของเขาเป็นครั้งแรกในชีวิต 

 

พ่อฮวาเฉินหยู : พ่อไม่เคยชมลูกเลย แต่ในเวลานี้ พ่ออยากบอกลูกว่า ลูกคือความภูมิใจของพ่อ 

ฮวาฮวารู้สึกว่าคืนนั้นเขามีความสุขเป็นล้านเท่าที่ชนะการแข่งขัน แม้ว่าเขาจะบอกเสมอว่าไม่แคร์เรื่องของการแข่งขัน แต่การแข่งขันได้ให้สิ่งที่เขาแคร์มากที่สุดก็คือพ่อ ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขา 

 

 

ในส่วนของผลงานเพลงปัจจุบัน ฮวาเฉินหยู เดบิวต์มา 7 ปี มีทั้งหมด 3 อัลบั้ม 

 

อัลบั้มที่ 1 Quasimodo’s Gift   ปี 2014

อัลบั้มที่ 2 Aliens   ปี 2015

อัลบั้มที่ 3 H  ปี 2017 

 

 

 

อัจฉริยะไร้เดียงสา

ฮวาเฉินหยู คือนักร้องสายร็อคและแร็บที่ทรงพลังน่าทึ่ง เสียงของเขามีการพัฒนาไม่หยุด และเนื้อเพลงส่วนใหญ่จะเป็นการเล่าถึงมุมมองและความรู้สึกของโลกใบนี้ผ่านประสบการณ์ของ “ฮวาฮวา” ชีวิตในวัยเด็กที่เขาเติบโตมาทำให้เขาเข้าใจคนที่มีโลกสองด้าน เขากลั่นความรู้สึกทั้งหมดที่มีเป็นบทเพลง ถ่ายทอดความอ้างว้าง ความเหงา ความโดดเดี่ยว ความท้าทาย ความเข้าใจ  เพลงของเขามีลักษณะเฉพาะตัว มีโทนความดาร์ค มีความเป็นเอกลักษณ์ ให้ข้อคิด เตือนใจ และคติ รวมถึงความห่วงใยต่อผู้คนและสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ หลายคนกล่าวว่าเพลงของเขาคือเพลงที่สื่อมาจากใจที่บริสุทธิ์ หากใครอยากลองฟัง เลือก 3 เพลงนี้ได้  Aliens,The Mayfly ,Salt of the Earth ซิงเกิ้ลล่าสุดของเขาคือ “I Really Want to Love This World” เพลงให้กำลังใจคนที่ผจญกับโรคซึมเศร้า เนื้อเพลงที่มีความหมายกับเสียงเพลงที่ทรงพลังทำให้เพลงนี้ติดชาร์ตและทำลายสถิติข้ามปี อัลบั้มเพลงและซิงเกิ้ลของเขาส่วนใหญ่มักจะมีท่าประจำเพลงไว้เพื่อสื่อสารกับแฟนคลับอีกด้วย 

 

 

หากใครเป็นแฟนคลับเขาจะพบว่า ฮวาฮวา เป็นที่รักและเอ็นดูสำหรับผู้ร่วมงาน เนื่องจากการเติบโตมาของเขาเหมือนผ้าสีเทา มีปมอยู่ในใจแต่ก็ไร้เดียงสา เพราะเขาแทบไม่เคยออกมาใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนในสังคมโลกภายนอกเลย ทุกสิ่งอย่างที่เขาแสดงออกจึงเหมือนเด็กที่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเสมอ เขาเติบโตขึ้นเรื่อยๆในทุกๆปี ทุกๆรายการที่เขาเข้าร่วม โดยจะนำความสามารถที่มีผสมผสานกับการเปิดใจเรียนรู้และแรงผลักดันของแฟนคลับ พัฒนาตัวเองออกมาเป็นผลงานได้อย่างน่าทึ่ง การันตีจากการกวาดรางวัลทุกๆปี และกระแสนิยมไม่เคยตกเลยจากท็อป 10 เลย

 

 

สำหรับผลงานในปี 2020  ฮวาเฉินหยู ตั้งใจจะปล่อยอัลบั้มที่ 4 พร้อมกับจัดคอนเสิร์ตใหญ่อีกครั้งในฤดูใบไม้ผิดทางตอนเหนือของจีน รายการวาไรตี้มีสองรายการให้ติดตามคือ The Singer 2020 และ Ace vs Ace

 

 

 

นอกจากความสามารถในการร้องของฮวาเฉินหยู ยังมีอีกหนึ่งความสามารถที่ทุกคนในวงการต่างยอมรับคือ การเป็น Music Composer สร้างสรรค์เพลงและการแสดงบนเวที รายการวาไรตี้หลักที่โชว์พลังขีดความสามารถของเขาให้แฟนคลับต่างประเทศทั่วโลกยอมรับและมักจะนำไปทำรีแอ็คอยู่เสมอ คือ The Next 2016, The Next 2017 และ The Singer 2018 และรายการ The Coming One ที่เขาร่วมเป็นเมนเทอร์ ถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งศิลปินที่เขาเคยเป็นเมนเทอร์ให้และเป็นที่รู้จักในขณะนี้ เช่น โจวเจิ้นหนาน (R1SE) หม่าป๋อเชียน,เหมาปู๋อี้ (เหมาเหมา) และเถียนอี้ เป็นต้น ปัจจุบันปี 2020 ฮวาเฉินหยู กลับเข้าร่วมรายการ The Singer อีกครั้ง และออกอากาศตอนแรกในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเป็นวันที่ตรงกับวันคล้ายวันเกิดเขาพอดี สำหรับ EP 1-2 เขาถูกโหวตให้เป็นผู้ชนะประจำ EP อีกครั้ง ส่วนใน EP 3 เนื่องจากประเทศจีนกำลังผจญกับเชื้อ Covid -19 ทำให้ไม่สามารถเดินทางมายังสตูดิโอถ่ายทำได้ ทีมงานจึงแก้ปัญหาด้วยการให้ศิลปินที่เขาร่วมรายการอัดเพลงในพื้นที่ที่ตนอยู่ ฮวาฮวา เขียนเพลงเพื่อให้กำลังใจคนอู่ฮั่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ในชื่อ《你要相信这不是最后一天 / you have to believe that this is not the last day》และผู้ชมจะให้คะแนนผ่านการโหวตออนไลน์

 

หากต้องการดูรายการย้อนหลังสามารถติดตามได้ที่ Channel Youtube : 華晨宇海外翻譯推廣Hua Chenyu English Subs 

ที่รวบรวมรายการต่างๆของฮวาฮวา พร้อมซับอังกฤษ 

https://www.youtube.com/channel/UCLbaSoG2qba3jT6gAuirwOg/featured

 

 

 

 

 

เกร็ดเพิ่มเติม

“Martian”  คือชื่อของแฟนคลับฮวาเฉินหยู หรือเรียกอีกชื่อว่า ET

 

สังกัดค่ายเพลงของฮวาเฉินหยู คือ ค่าย EE-Media

งานอดิเรกวันว่าง เล่นเกม,เล่นสนุกเกอร์,ปิงปอง,หมากรุก,ดูอนิเมะญี่ปุ่น,ทำอาหาร,ดื่มและกินของอร่อยๆ

 

 

การ์ตูนเรื่องโปรด คือ One Piece สามารถวนดูใหม่อีกครั้งได้หลายๆรอบ รอบละหลายร้อยตอน ชอบตัวละคร Saiki Kusuo 

 

   

 

 

คำพูดติดปากในคอนเสิร์ตคือ  “Welcome Home” 

 

 

ความฝันของเขาคือ กดบัตรคอนเสิร์ตตัวเองให้ได้ 

 

 

 

ชื่อคอนเสิร์ตของเขาคือ “MARS Concert”

สัญลักษณ์ประจำตัวของ “ฮวาเฉินหยู”  เป็นตัวอักษร  HCY จะปรากฏที่งานคอนเสิร์ตและบนตัวของเขาเมื่อเวลามีคอนเสิร์ต

 

 

สำหรับผลงานของฮวาเฉินหยู หลังจากเดิบิวต์สามารถติดตามได้จากลิงก์นี้

https://www.facebook.com/pages/category/Musician/Hua-Chenyu-%E5%8D%8E%E6%99%A8%E5%AE%87-Thailand-Martians-1945440375719788/

ได้บอกเล่าลงรายละเอียดการผลงานและการเดินสายรับรางวัลไว้อย่างละเอียด 

 

 

 

 

** ปิดท้ายด้วยเรื่องน่ารักๆ  ฮวาฮวาเปิดเผยว่า ในปี 2013 มีรายการวาไรตี้มากมายที่จัดประกวด หลายรายการได้เชิญเขาให้เข้าเป็นหนึ่งในผู้แข่งขันแต่เขาปฏิเสธไปทั้งหมด ยกเว้นรายการ “Super Boy” ที่แตกต่างจากรายการอื่น เขาเล่าว่า ทีมงานโทรหาเพื่อชวนเขาไปกินข้าว บอกว่าจะรออยู่ร้านใกล้ๆมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่บังเอิญมากที่เขายืนอยู่ตรงข้ามร้านนั้นและกำลังหิวพอดี ฮวาฮวาจึงยอมตกลงไปเจอทีมงาน และทีมงานก็ได้เตรียมอาหารน่าทานหลายอย่างไว้รอเขา นับว่าโจมตีได้ตรงจุดมาก เพราะฮวาฮวาเป็นหนึ่งในคนที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ ระหว่างที่กินไปคุยกันไป ทีมงานปล่อยฮุกด้วยประโยคที่ว่า “ทำไมไม่มาฉางชาล่ะ ที่นั่นมีอาหารอร่อยๆมากมาย มีทั้งเต้าหู้เหม็น,กุ้ง และอาหารทะเลอีกมากมายให้ได้ลอง” สุดท้ายเขาก็ยอมตกลงไปร่วมรายการและเป็นการเดินทางออกต่างจังหวัดครั้งแรก การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้พวกเราได้รู้จักกับเขาในวันนี้ ชายผู้มาจาก “ดาวอังคาร” 

 

 

 

 

เขียนโดย เฝ้ายาม

ข้อมูลจาก  Kevin Hours

 

 

 

Share This