ว้าว!!มากสำหรับข่าวรายได้ภาพยนตร์ “กระบี่เทพสังหาร” หรือ “Jade Dynasty” ยอดรายได้ทะลุ 100 ล้านหยวนตั้งแต่วันแรก อันดับบ็อกซ์ออฟฟิศในวันนี้ คะแนนจาก

Maoyan 8.6
Taobao 8.4
Douban 6.7

 

ไม่แปลกใจเลย เพราะทันทีที่ Zoonzones ดูภาพยนตร์จบ ความรู้สึกคือ ดีมากกกก เป็นหนังจีนที่ดีมากเรื่องหนึ่ง ทุกคนทุ่มเทและแสดงดีมาก ทั้งเซียวจ้าน ที่รับบท จางเสี่ยวฝาน, หลี่ชิ่น รับบท ศิษย์พี่ลู่เสี่ยฉี, เมิ่งเหม่ยฉี รับบทปี้เหยา, ถังอี้ซิน รับบท ศิษย์พี่เถียนหลิงเอ๋อ ทุกคนแสดงได้ดีมาก หากให้คะแนนก็ 8:10 ที่หักไป 2 เพราะเดินเรื่องรวบรัด พระเอกเราเทิร์นมารเร็วไปนิด จบแบบมีภาค 2 ต่อแน่นอน

 

 

ตลอดทั้งเรื่องในภาคนี้เราจะได้เห็นความสดใสของเสี่ยวฝาน และความน่ารักของตัวละครรอบข้างเป็นสีสันโดดเด่น รวมถึงฉากสวยๆที่อลังการและขาดไม่ได้เลยกับความตลกปนเสียงหัวเราะของน้องหมากับน้องลิงที่อยู่เคียงข้างพระเอกตลอดเวลา ส่วนนางเอกทั้งสามคนมีบุคคลิกที่โดดเด่นแตกต่างกัน มีความน่ารักในแบบฉบับของตัวเอง ดูได้ไม่รู้สึกว่าน่ารำคาญหรืออิจฉาอะไร นอกจากนี้อีกฉากที่ทำได้ดีคือ หนังเล่าเรื่องความเลวและความน่ากลัวของสาวกมารได้ดีมากในเวลาสั้นๆ รู้ถึงพลังความร้ายกาจที่รับมือยาก และฉากที่ให้คะแนนเซียวจ้านเต็มสิบคือตอนเป็นมาร ไปสุดจริงๆ คนนี้เล่นได้ทุกบท ทำให้คนดูเชื่อทุกบท สมแล้วกับผลตอบรับและกระแสในวันนี้ ถ้าเข้าไทยแล้วห้ามพลาดเด็ด!

 

 

ใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วจะหยุดอ่านก็ได้นะคะ จากนี้คือสปอยล์ของหนังแล้ว เราเตือนคุณแล้วนะ!!!!!

 

 

 

เปิดเรื่องด้วยความสวยงามอลังการของทีมซีจี และความมโนของเสี่ยวฝานที่แอบหลงรักศิษย์พี่ ซึ่งใครที่เข้ามาดูฉากนี้หากคุณกำลังแยกไม่ออกว่าใคร “เสี่ยวฝาน” ใคร “เซียวจ้าน” คุณจะเจ็บปวดเหมือนเข้าไปดูแฟนกุ๊กกิ๊กกับผู้หญิงคนอื่น อกหักกลางโรงหนัง แต่หนังกระชากความรู้สึกกลับมาได้อย่างรวดเร็วเพราะความน่ารัก น่าเอ็นดู ความใสซื่อ ของตัวละครเสี่ยวฝานที่แสดงออกมาให้คนดูได้อินไปกับบทเร็วมาก (หากใครนึกความน่ารักนี้ไม่ออก ให้เทียบกับบทเว่ยอิง 3 ขวบ ไม่ว่าเสี่ยวฝานจะทำอะไร เอ็นดูไปซะหมด)

 

ในเรื่องเสี่ยวฝานเติบโตขึ้นมาในสำนักเมฆาเขียวเป็นศิษย์ก้นครัวรับผิดชอบทำอาหารให้ทุกคนในสำนัก รวมทั้งสุนัขและกิเลน เค้าเป็นคนซื่อ จิตใจดี วิชาอ่อนด้อยกว่าทุกคนแต่ก็ขยันแอบฝึก ปมในเรื่องคือตอนเด็กคนในครอบครัวและหมู่บ้านถูกฆ่าตายหมดก่อนจะฝากตัวเป็นศิษย์เข้าสำนักและเป็นที่รักของทุกคน โดยเฉพาะศิษย์พี่เถียนหลิงเอ๋อที่คอยดูแลเสมอ

 

แต่แล้วคืนนึงเสี่ยวฝานและเพื่อนๆแอบไปดูศิษย์พี่หญิงฝึกวิชาแต่มีเขาคนเดียวถูกจับได้ทำให้ได้พบกับศิษย์พี่ลู่เสี่ยฉี เขาถูกทรมานให้ยอมรับสารภาพผิดด้วยการห้อยหัวลงหน้าผาและปล่อยมดมากัด สุดท้ายศิษย์พี่เถียนหลิงเอ๋อต้องมารักษาหายาทาให้เสี่ยวฝาน จึงเป็นที่มาของฉากเปลือยท่อนบน แต่ความจริงศิษย์พี่มีคนรักอยู่แล้ว เสี่ยวฝานรักเค้าข้างเดียว

 

 

หลังเหตุการณ์นั้นศิษย์พี่เถียนหลิงเอ๋อเอาคัมภีร์มาให้ฝึกวิชาแต่เสี่ยวฝานฝึกไม่สำเร็จเสียที เขารู้สึกว่ามุกดูดโลหิตที่ได้จากอาจารย์คนแรก(ก่อนเข้าสำนัก) เมื่อสมัยเด็กเป็นต้นเหตุขวางกั้นพลังตนอยู่จึงคิดจะขว้างทิ้งลงทะเลสาบ แต่เจอลิงน้อยเข้ามาขวางไว้เสียก่อน ดูถึงตรงนี้แล้วเอ็นดูเสี่ยวฝานมาก สู้แพ้แม้กระทั่งลิง ต้องวิ่งหนีจนตกทะเลสาบ แต่ใครจะไปรู้ว่าเหตุการณ์นี้เองทำให้เกิดอาวุธทรงพลังประจำตัวของเสี่ยวฝาน คือ “ไม้เขี่ยไฟ” ที่เราเห็นในหนัง อาวุธวิเศษนี้เป็นที่ต้องตาของประมุขมาร ทำให้เจ้าประมุขส่งลูกสาวตัวเองมาเพื่อชิงอาวุธนี้จากพระเอกไป

 

บทนางมารน้อยหรือ “ปี้เหยา” แสดงโดย “เมิ่งเหม่ยฉี” เมื่อรู้ว่าเสี่ยวฝานมีอาวุธวิเศษ นางทำทุกวิถีทางเพื่อมาขโมย ทั้งลอบทำร้ายแต่ไม่สำเร็จ แอบมาขโมยตอนกลางคืนที่เสี่ยวฝานหลับเกือบสำเร็จแต่โดนไม้วิเศษฟาดสลบไปเสียเอง เสี่ยวฝานตื่นมายังตกใจที่อยู่ๆก็มีหญิงสาวมานอนข้างตน แต่ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของน้องลิงและน้องหมาที่เสี่ยวฝานเลี้ยงไว้ จากนั้นมาปี้เหยาก็ตามติดชีวิตเพื่อขโมยอาวุธชิ้นนี้จนกลายเป็นความผูกพันของคนทั้งคู่ ตัวอย่างเช่น เสี่ยวฝานเดินไปเห็นปี้เหยาเด็ดดอกไม้ จึงเข้าไปต่อว่า ขณะนั้นเองนางเห็นคนมาตามล่าตนจึงผลักเสี่ยวฝานล้มลงเพื่อซ่อนตัวแต่เสี่ยวฝานโวยวายไม่หยุด ทำให้เราเห็นฉากจูบปิดปากในหนัง หลายคนอาจจะหน่วงหัวใจกับฉากนี้แต่ถ้าดูแล้วจริงๆจะตลกกับตัวละครตัวนี้จนอภัยให้ไปเลยก็ได้

 

ต่อมาวันหนึ่งสำนักเมฆาเขียวได้จัดงานประลองยุทธ์เพื่อวัดวิชาศิษย์ในสำนักขึ้น นับว่าเป็นงานใหญ่และน่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เสี่ยวฝานน้องเล็กม้ามืดนอกสายตาที่ไม่เคยชนะเลยสักครั้ง เพื่อนฝูงไม่มาดูการแข่ง มีคนเดียวมาเชียร์อย่างเงียบเหงาและไม่คาดหวัง แต่ในวันแรกเค้ากลับสร้างปาฏิหาริย์ชนะเป็นครั้งแรกและชนะมาเรื่อยๆจนกระทั่งได้มาประลองกับเพื่อนสนิทสมัยเด็ก คือ “หลินจิงหยี่” ผู้โด่งดังและมีฝีมืออันดับต้นๆในสำนักซึ่งสุดท้ายก็แพ้ให้กับเสี่ยวฝานในที่สุด แต่เหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้เสี่ยวฝานดีใจเลย เขารู้สึกผิดที่ทำร้ายเพื่อนจึงเอาไม้ไปทิ้ง

 

รอบสุดท้ายมาถึงเป็นการประลองระหว่างเสี่ยวฝานและศิษย์พี่ลู่เสี่ยฉี เขาทุ่มเทสู้สุดความสามารถแม้รู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ไม่ยอมแพ้ ล้มจนใบหน้าพังยับเยิน สุดท้ายขณะกระบี่ของศิษย์พี่ลู่กำลังจะทำร้ายเสี่ยวฝาน “ไม้เขี่ยไฟ” ก็ออกมาปกป้องเขาจากอันตรายและสู้จนเสี่ยวฝานหมดสติไปเพราะยอมแพ้ไม่อยากพลั้งมือทำร้ายศิษย์พี่ลู่

 

 

เมื่อทุกคนทั้งศิษย์และอาจารย์เห็นพลังวิเศษของอาวุธเสี่ยวฝานแล้วไม่อาจปล่อยให้เสี่ยวฝานรอดไปได้ เขาถูกสงสัยในเรื่องของวิชาจึงถูกมัดไว้ แต่นางมารน้อยมาช่วยเขาออกไป ซึ่งจริงๆแล้วคือแผนของเหล่าอาจารย์ผู้อาวุโสในสำนักล่อคนอยู่เบื้องหลังให้ปรากฏตัวออกมา

 

 

พระเอกถูกปี้เหยาพาไปพบกับท่านพ่อหรือประมุขมารและสาวก เพื่อชิงอาวุธพระเอกแต่ไม่สำเร็จจึงคิดฆ่าทำให้นางต้องออกมาปกป้องพระเอกไม่ให้ถูกพ่อตัวเองฆ่าตาย

 

 

เล่ามาถึงตรงนี้คือจุดไคล์แมกซ์ของภาค 1 แล้ว เมื่อเหล่าอาจารย์อาวุธโสต้องระดมศิษย์ทั้งสำนักขี่กระบี่มาเพื่อปราบมารและช่วยเสี่ยวฝานได้ทันเวลาพอดี จึงเกิดการปะทะกันระหว่างธรรมะและอธรรม โดยมีเสี่ยวฝานเป็นคนกลาง ระหว่างที่เริ่มต่อสู้ ศิษย์พี่หญิงทั้งสองรุมสู้กับปี้เหยาที่เป็นมารแต่ถูกเสี่ยวฝานขัดขวาง จนในที่สุดช่วงชลมุนปี้เหยากระโดดมารับกระบี่แทนเสี่ยวฝาน ทำให้เขาเสียใจมาก ขณะเดียวกันเหล่าอาจารย์อาวุโสในสำนักทั้ง 7 คนกำลังต่อสู้กับประมุขมารทำให้เกิดพลังทำลายล้างระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย จนในที่สุดเสี่ยวฝานก็รู้ความจริงว่า เคล็ดวิชาที่เหล่าอาจารย์อาวุโสทั้ง 7 ใช้นั้นคือ วิชาเดียวกันกับที่ทำให้คนทั้งหมู่บ้านของเขาต้องตาย เขาจึงเอาตัวเข้าไปแทรกการต่อสู้ทั้ง 2 ฝั่งดูดพลังสองฝ่ายจนฝ่ายมารล่าถอยไป จากนั้นเสี่ยวฝานก็หันมาทำร้ายอาจารย์และศิษย์ในสำนักแม้กระทั่งศิษย์พี่เถียนที่ตนเคยแอบรัก ก่อนจะพาปี้เหยาจากไป ซึ่งในภาพยนตร์จบที่ตรงนี้

 

 

 

*** ดูจบแล้วอย่าพึ่งลุกไปไหนเพราะมี End Credit. 

 

 

 

Share This