ฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้ โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) สุดยอดแบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เชื้อเชิญเหล่าสุภาพสตรีให้หวนระลึกถึงคุณค่าแห่งเวลาอีกครั้ง กับ มิเลนนารี ฟรอสต์ โกลด์ ฟิโลโซฟีค (Millenary Frosted Gold Philosophique) เรือนเวลาล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของนาฬิกาแบบเข็มเดียวในช่วงยุคสมัย 1700s

 

โดยดีไซน์ วอทช์ชิ้นนี้เป็นดั่งเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงเสรีภาพแห่งจินตนาการและจิตวิญญาณที่เป็นอิสระของผู้หญิงในแบบฉบับของโอเดอมาร์ ปิเกต์ ที่แม้ว่าวิถีชีวิตปัจจุบันจะรายล้อมไปด้วยความเร่งรีบและยุ่งเหยิง แต่กลับมีตัวแทนแห่งเวลาอย่าง มิเลนนารี ฟรอสต์ โกลด์ ฟิโลโซฟีค ที่อยู่เคียงข้างเหล่าสุภาพสตรี  ซึ่งภายใต้ดีไซน์แบบเข็มเดียวนี้ถือเป็นความท้าทายต่อธรรมเนียมการบอกเวลาสมัยใหม่ที่น่าจับตา

 

จัสมิน โอเดอมาร์ ประธานกรรมการบริษัท อธิบายว่า “ที่โอเดอมาร์ ปิเกต์ เรามีแนวคิดเป็นของเราเอง โดยยืนหยัดบนหลักปรัชญาที่ยึดมั่น ตลอดจนริเริ่มการฉีกกฎเกณฑ์หรือกรอบดีไซน์เดิมๆ แม้จะอยู่ในช่วงกดดันจากสงครามหรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำก็ตาม ในปีนี้ กับมิเลนนารี ฟรอสต์ โกลด์ ฟิโลโซฟีค หากให้เรามอบนิยามสั้นๆ เรือนเวลาที่น่าตื่นใจนี้คงเป็นสิ่งที่พาคุณหลีกหนีจากนาทีที่วุ่นวาย ทั้งยังเชื้อเชิญให้คุณหันมาปรับจูนจังหวะชีวิตด้วยตัวเอง

 

มิเลนนารี ฟรอสต์ โกลด์ ฟิโลโซฟีค รังสรรค์อย่างประณีตด้วยมือโดยช่างนาฬิกาที่เคารพอย่างสูงต่อประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกายุคก่อน สง่างามบนตัวเรือนพิ้งค์โกลด์ หรือ ไวท์โกลด์ 18 กะรัต ตกแต่งด้วยเทคนิคขัดเงาแบบซาติน และแบบฟรอสต์ โกลด์ เทคนิคเก่าแก่ที่นิยมใช้ในงานออกแบบจิวเวลรีแบบดั้งเดิม ที่โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้ดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง แคโรลีนา บุชชี่ มาร่วมครีเอท โดยการตีเนื้อทองด้วยสลักหัวเพชรเพื่อให้เกิดรอยประทับขนาดเล็กบนพื้นผิว มอบประกายระยิบระยับเสมือนประกายจากเพชร โดดเด่นด้วยพื้นหน้าปัดโทนสีน้ำตาล หรือสีน้ำเงินในลวดลายแบบใหม่ ที่ขัดแต่งด้วยมืออย่างบรรจงเพื่อให้เกิดรอยบุ๋มขนาดเล็กทั่วทั้งหน้าปัด มาพร้อมฝาหลังที่เผยให้เห็นการทำงานของ Oscillating Weight ในเฉดสีเดียวกับพื้นหน้าปัด แสดงเวลาแบบเข็มเดียวที่ตกแต่งด้วยเทคนิคแบบขัดเงา และพ่นทราย ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกไขลานด้วยมือตัวใหม่  คาลิเบอร์ 3140 ซึ่งประกอบด้วยกลไกที่จดสิทธิบัตรเกี่ยวกับระบบการเคลื่อนไหวของเข็มนาฬิการอบพื้นหน้าปัดรูปวงรี โดยมี Hour Wheel เป็นตัวควบคุมเพื่อให้แน่ใจว่าเข็มนาฬิกาสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและแม่นยำที่สุดแม้จะเป็นตัวเรือนทรงรีก็ตาม สนนราคา 1,018,300 บาท

 

 

ย้อนมองประวัติศาสตร์

โอเดอมาร์ ปิเกต์ เปิดตัวนาฬิกาข้อมือแบบเข็มเดียวครั้งแรกในปี 1982 ช่วงเวลาเดียวกับวิกฤตควอตซ์ที่สร้างความสั่นคลอนมหาศาลให้กับอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส เพื่อกอบกู้สถานการณ์ดังกล่าวเหล่าช่างทำนาฬิกาจึงเร่งหาทางออก โดยการคิดค้นและหลอมรวมนวัตกรรมใหม่ๆเข้าไปในชิ้นงาน

 

โอเดอมาร์ ปิเกต์เองก็สร้างความท้าทายด้วยการส่งมอบเรือนเวลาระบบปฏิทินถาวรที่บางที่สุดในโลก  ณ ขณะนั้น (ปี 1978) ซึ่งมาพร้อมกลไกไขลานอัตโนมัติ ร่วมด้วยนาฬิการะบบกลไกอื่นๆ ที่หลอมรวมวิถีการทำนาฬิกาแบบดั้งเดิมและดีไซน์ที่แปลกใหม่ไว้ด้วยกัน ไปจนถึง “ฟิโลโซฟีค” เรือนเวลาเข็มเดียวที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานด้วยมือปี 1982 ที่ชวนให้ผู้สวมใส่ฉงนไปกับแนวคิดการไหลผ่านของเวลา ราวกับย้อนสู่จุดเริ่มต้นของเครื่องบอกเวลาในอดีตที่มีเพียงเข็มเดียวไปจนถึงต้นศตวรรษที่ 18 ที่มีการคิดค้นวิธีส่งผ่านพลังงานให้นาฬิกาได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

“ฟิโลโซฟีค” จึงเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงรากเหง้าของเรือนเวลาและเป็นการปลดปล่อยเวลาออกจากการตามหาความเที่ยงตรงในทุกสิ่งอย่างของสังคมปัจจุบัน เพราะสุดท้ายแล้วการสวมใส่นาฬิกาเปรียบเสมือนเครื่องสะท้อนนัยยะทางสังคม อารมณ์ และความรู้สึกของผู้คนทุกยุคทุกสมัยจวบจนปัจจุบัน

 

มิเลนนารี

ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1875 โอเดอมาร์ ปิเกต์ก็ทุ่มเทรังสรรค์จักรกลเวลาสำหรับสุภาพสตรีเรื่อยมา ทั้งตัวเรือนแบบคลาสสิคไปจนถึงชิ้นงานล้ำสมัย ที่ล้วนดีไซน์ให้ควรค่ากับทุกไลฟ์สไตล์ของสุภาพสตรี โดยผสมผสานทั้งความชำนาญของช่างนาฬิกา สุนทรียศาสตร์อันสร้างสรรค์ การยศาสตร์ที่เยี่ยมยอด ตลอดจนเทคนิคขัดแต่งชั้นเลิศเข้าด้วยกัน นับเป็นการส่งมอบความท้าทายในอุตสาหกรรมนาฬิกามาอย่างยาวนาน ขณะเดียวกันก็ยังแสดงความเคารพต่อประเพณีการประดิษฐ์เรือนเวลาและเทคนิคประดับอัญมณีชั้นสูง

 

ซึ่งหลังจากเปิดตัวไปเมื่อปี 1995 มิเลนนารีก็กลายเป็นเรือนเวลาแห่งความสง่างามที่เปิดรับความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยตัวเรือนทรงรี​ หน้าปัดแบบเยื้องศูนย์กลาง​ และดีไซน์​ที่เผยให้เห็นหัวใจของการทำงานภายในโดยละเอียด​ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรม​และงานศิลป์​ โดยผสานความแตกต่างอย่างลงตัวของทักษะงานฝีมือชั้นสูงและนวัตกรรมการออกแบบไว้ด้วยกัน​ แม้ว่าดีไซน์เริ่มต้นจะทำมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ชาย​ แต่ในปี​ 1998 มิเลนนารีสำหรับผู้หญิงรุ่นแรกก็สร้างปรากฏการณ์​ที่ชวนให้หญิงสาวทั่วโลกต่างต้องหลงใหล และนับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา มิเลนนารี จึงกลายเป็นคอลเลคชั่นเรือนเวลาสำหรับผู้หญิงเท่านั้น​ โดยนำเสนอรูปลักษณ์​ที่ดูนำสมัย ทั้งยังเพิ่มความหลากหลายในแง่วัสดุและเทคนิคต่างๆ​ อาทิ​ เทคนิคขัดแต่ง​ เทคนิคขัดเงาแบบซาติน ไปจนถึงแบบฟรอสต์ โกลด์  

 

ความคิด​สร้างสรรค์​ในคอลเลคชั่น​นี้ถูกส่งต่อมายังตัวเรือนปี​ 2019​ กับ​ มิเลนนารี​ ฟรอสต์​ โกลด์  อเวนเจอรีน (Millenary Frosted Gold Aventurine)​ นำเสนอความงามบนพื้นหน้าปัดอเวนเจอรีนสีน้ำเงินเข้ม​ ที่ชวนให้ระลึกถึง​หมู่ดาวระยิบระยับ​บนท้องฟ้า โดยอเวนเจอรีน ถูกค้นพบโดยบังเอิญในช่วงศตวรรษที่ 17 ระหว่างกระบวนการผลิตแก้วที่โรงงานบนเกาะมูราโน่ ประเทศอิตาลี ซึ่งปัจจุบันสีน้ำเงินของอเวนเจอรีน เกิดจากการเติม Black Copper Oxide และ Cobalt ลงไปในแก้วนั่นเอง

 

 

มาพร้อมตัวเรือนไวท์โกลด์​ 18 กะรัต ที่ผสาน “ฟลอเรนทีน เทคนิค” ลงบนด้านข้างตัวเรือน ขอบตัวเรือน ขอบตัวเรือนด้านใน และขานาฬิกา เพิ่มลุควินเทจด้วยสายนาฬิกาไวท์โกลด์​ 18 กะรัต แบบ Polish Mesh ที่ปรับเปลี่ยนวิถีการถักทอทองแบบทิศทางเดียวในยุคสมัยก่อนสู่การถักทอทองแบบสลับไปมารอบแกน นอกจากจะเพิ่มช่องว่างและความยืดหยุ่นของสายตาข่ายแล้ว ยังมอบสัมผัสที่บางเบาราวกับเส้นไหม โอบรับข้อมือของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี สนนราคา 1,830,700 บาท

 

พบกับเรือนเวลาจาก โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) ที่ โอเดอมาร์ ปิเกต์ บูติค แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี โทร. 02-160-5838

 

 

   

 

มิเลนนารี ฟรอสต์ โกลด์ ฟิโลโซฟีค ขนาด  39.5 x 35.4 มิลลิเมตร

ฟังก์ชั่น     แสดงเวลาแบบเข็มชั่วโมง

ตัวเรือน   พิ้งค์โกลด์ หรือ ไวท์โกลด์ 18 กะรัต ตกแต่งด้วยเทคนิคขัดเงาแบบซาติน และแบบฟรอสต์ โกลด์

ฝาหลังกระจกคริสตัลแซฟไฟร์, เม็ดมะยมประดับอัญมณีคาโบชองโปร่งแสง หรือ สีน้ำเงิน, กันน้ำลึกได้ 20 เมตร

หน้าปัด  สีน้ำตาล หรือ สีน้ำเงิน ที่ผ่านการตีด้วยสลักหัวเพชรเพื่อเกิดประกายระยิบระยับเสมือนประกายจากเพชร

เข็มบอกเวลาสีทอง

สายนาฬิกา  สายหนังอัลลิเกเตอร์สีน้ำตาล หรือ สีน้ำเงิน

 

เกี่ยวกับโอเดอมาร์ ปิเกต์ (About Audemars Piguet)

โอเดอมาร์ ปิเกต์ แบรนด์นาฬิกาจักรกลจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 144 ปี ถือเป็น แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาชั้นสูงที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งยังคงดำเนินธุรกิจสืบทอดกันในครอบครัวผู้ก่อตั้งมาจวบจนปัจจุบัน (ตระกูลโอเดอมาร์และตระกูลปิเกต์) ตั้งแต่ปี 1875 โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้สร้างสรรค์เรือนเวลาหรูหราแห่งประวัติศาสตร์มากมาย ณ วัลเลย์ เดอ ฌูซ์ (Vallée de Joux) หนึ่งในต้นกำเนิดของศาสตร์การผลิตนาฬิกาข้อมือชั้นนำใจกลางสวิตเซอร์แลนด์ ประดิษฐกรรมทุกชิ้นถูกผลิต ขึ้นด้วยความปราณีต งดงาม และสมบูรณ์แบบ ทั้งเรือนเวลาระดับมาสเตอร์พีซ นาฬิกาสปอร์ตสุดหรู รุ่นคลาสสิคเหนือกาลเวลา อีกทั้งเรือนเวลาอันสวยงามโดดเด่นสำหรับสุภาพสตรีที่เทียบได้กับ   จิวเวลรีล้ำค่า รวมไปถึงสุดยอดผลงานที่มีให้ครอบครองเพียงแค่ไม่กี่ชิ้นในโลก www.audemarspiguet.com

 

Share This