เป็นครั้งแรกที่ทางทีม Zoonzones ได้ลองมาสัมผัสกีฬามอเตอร์สปอร์ต และยังมาไกลถึง จูไห่ ประเทศจีน วันแรกก็จะงงๆหน่อย โชคดีที่ได้ คุณธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด มาเล่าถึงกฎเกณฑ์ กติกาต่างๆเบื้องต้น โดยเน้นที่เรื่องของหนุ่มนักบิดน้องใหม่ในวงการ “หวังอี้ป๋อ” ซึ่งก่อนหน้างานแข่งขันก็มีงง ว่าเป็นใคร แต่หลังจบการแข่งขันไม่มีใครในสนามที่ไม่รู้จักแล้ว

 

 

 

คุณธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์                  บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด

 

Q : สนามที่จัดจูไห่เป็นระดับ Asia ใช่ไหมคะ

 

เป็นเอเชีย Class มีทั้งหมด 8 สนามแต่ปีนี้มี 7 สนาม ที่นี่เป็นสนามที่ 5 ซึ่งสนามต่อไป จัดที่เซปัง ประเทศมาเลเซีย และจบที่ประเทศไทย จังหวัดบุรีรัมย์ต้นเดือนธันวาคม สนามที่ 5 ตรงนี้ก็เป็น Support Race เมื่อวาน (วันเสาร์) น้องแข่ง 39 คันมีทั้งหมด 5 คลาสอยู่ในนั้น ขึ้นโพเดียมกันเยอะ เขาแบ่งคลาสกัน เมื่อวานนี้น้องแข่งรุ่น 300 ซีซี และปล่อยพร้อมกับรุ่นอื่นด้วย 300 ซีซี มี 250-300 ในนั้นปนกัน และยังมีคลาสมืออาชีพ คลาสกลาง คลาสเริ่มต้น รวมแล้ว 5 โพเดี่ยม น้องอยู่ในคลาส D น้องได้ที่ 1 ของคลาส D (หมายถึงเริ่มต้น) แต่ถือว่าทำเวลาได้ดีมาก ถือว่าใช้ได้

ยามาฮ่าไทยแลนด์ของเราก็มีคลาสที่คล้ายๆน้องแข่ง คือ R3R25 ส่งคลาสของเอเชีย คลาสในเอเชียมีรุ่นอันเดอร์โบน 150ซีซี และรุ่น 250ซีซี,รุ่น 600ซีซี และรุ่น 1,000 ซีซี และต่อด้วยรุ่น Support ของน้อง แต่เมื่อวานของน้อง Overall ปล่อยพร้อมกัน 39 คัน ทำได้ที่ 3 ของ Overall และได้ที่ 1 ของ Class เขาเก่งๆ ใช้คำว่า Man เลยแหละ ใจมาก มอเตอร์สปอร์ตเราใช้คำว่าความเชี่ยวชาญ ความหลงใหลในการทำงาน มันเหนื่อย มันหนัก ทุกคนเหนื่อยและมองว่าเป็นสิ่งที่มากกว่าธุรกิจ เรามองเรื่องการแข่งขัน ต้องมีเวลาซ้อม ถ้าน้องอยากจะมาแข่งสนามไทยหรืออยากเติบโต น้องมาซ้อมที่สนามไทยยามาฮ่าเตรียมให้ได้ ก็ปิดสนามซ้อมที่บุรีรัมย์ให้เขาซ้อมพร้อมกับนักแข่งคนอื่นๆเพื่อให้ชินกับสนาม เพื่อให้น้องและทีมสามารถปรับแต่งอะไรได้เต็มที่จนมีความมั่นใจ พอถึงวันแข่งจะได้ทำผลงานได้ดี โดยปกติเวลาเราปิดสนามซ้อม 2 วัน ตั้งแต่เช้ายันเย็นปรับแต่ง จนกระทั่งรถมอเตอร์ไซค์นิ่ง เพราะรถยิ่งนิ่งนักแข่งยิ่งมั่นใจ ก็กล้าเปิดคันเร่งมากความเร็วก็จะเพิ่ม นั่นคือเรื่องซ้อมแต่เวลาโปรแกรมการแข่งขัน ทุกคนแข่งเสาร์อาทิตย์อยู่แล้ว ที่นี่เขา Qualify เสาร์เช้า เขามีการแข่ง 2 รอบคือรอบเมื่อวานกับวันนี้ เป็น 2 Race แล้วแต่โปรแกรม ซึ่งเอเชียกำหนดแข่ง 2 วันคือ Race 1 กับ Race 2 เราก็ต้องมาซ้อมกันตั้งแต่วันพุธเริ่มปรับแต่งรถ เริ่มคุยกับนักแข่งวันพฤหัสบดีก็ซ้อมเต็มที่ วันศุกร์

 

รถต้องวอร์มอัพทุกๆวัน เพราะภูมิอากาศจะเปลี่ยนไป นักแข่งจะรู้สึกว่าบางอย่างจะต้องปรับเพิ่ม สนามแข่งขันจะให้โอกาสตอนเช้าได้วอร์มรถ บางรุ่นใช้เวลา 10 นาทีบางรุ่น 15 นาทีบางรุ่น 20 นาที เป็นการทดสอบไปในตัว คือเช็คเครื่อง เช็คอุณหภูมิเพราะว่าการปรับแต่งขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ซึ่งการวอร์มอัพไม่เกี่ยวกับอันดับในการสตาร์ทแต่เป็นการคอนเฟิร์มให้มั่นใจ ส่วนรอบ Qualify หมายถึงการจัดอันดับ อันนั้นสำคัญ เมื่อวานเช้ามีQualify การจัดลำดับ จะเอามาเป็นตัวจุดสตาร์ทสำหรับ Race 1 และRace 2 ด้วย ทั้ง 2 วันน้องก็สตาร์ทตำแหน่งเดิม

Q : แล้วจำเป็นไหมที่ต้อง คว้ารางวัลที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เพื่อเก็บแต้มเพื่อทำรอบ เพื่อจะได้ไปแข่งในสนามต่อไป

ไม่จำเป็นครับเพราะเป็นเครือข่ายของ Yamaha แต่ละประเทศสามารถคุยกันได้อย่างเช่นว่าน้องใช้ Yamaha R3 ในประเทศไทยเรามี Yamaha R3 Thailand Challenge ชิงแชมป์ประเทศไทย 7 สนามอยู่แล้วแล้วก็มีหลายสนามที่แข่งอยู่ อันนี้เราเรียกว่า Support Race Yamaha ประเทศไทย มีการจัดการแข่งขันขึ้น ถ้าน้องสนใจก็เชิญน้องร่วมแข่งขันกับกลุ่มนี้ได้เลยรุ่นเดียวกัน วัยเดียวกันอายุใกล้กัน ที่ประเทศไทยมีรถแข่งรุ่นนี้อยู่ประมาณ 17-18 คันเป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 -19 น้องอายุ 22 ก็เข้าร่วมได้

Q : ช่วยอธิบายคำว่า Wild Card ได้ไหมคะ

Wild Card ปกติการแข่งวงการมอเตอร์สปอร์ตทั้งหมด เวลาไปแข่งสนามไหนในประเทศ สนามนั้นสามารถเพิ่มนักแข่งเพิ่มเติมได้จากสนามที่มีนักแข่งที่เป็นตัวหลักอยู่แล้ว แต่บางสนามเพิ่ม Wild Card คือนักแข่งพิเศษเพิ่มเข้ามา สิทธิสนามก็ประมาณ 2 – 4 คนแล้วแต่นี่คือลักษณะ Wild Card

 

Q : แล้วใครมีสิทธิ์ในการเชิญ Wild Card เข้าร่วมการแข่งขัน

สิทธิ์ในการเชิญ คือเขาจะดูจากผลงานในท้องถิ่น ในการแข่งประเทศนั้นๆ ใครมีผลงานดีอยากจะเข้าร่วมกับทีมเอเชีย แข่งพร้อมกันด้วยกติกาเดียวกัน ทีมของนักแข่งก็จะไปคุยกับสมาพันธ์การแข่งขันรถจักรยานยนต์ประเทศนั้นๆและให้สมาพันธ์เป็นคนออกสิทธิบัตรเข้าร่วมแข่งได้ ซึ่งสามารถใช้ข้ามประเทศได้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศท้องถิ่นเป็นคนจัด

 

 

Q : ถ้าในประเทศไทยที่จะมีการจัดการแข่งขันที่บุรีรัมย์เราสามารถเชิญหวังอี้ป๋อไปร่วมได้หรือไม่

ก็ทำได้ครับ คือต้องเริ่มต้นจาก 2 ฝ่าย ทั้งสมาพันธ์ไทยแต่ก็ต้องอยู่ที่ทีมเป็นคนผลักดัน สมาพันธ์เป็นคนออกเอกสารสิทธิ์ปกติเขาไม่ปฏิเสธอะไรอยู่แล้ว ทีมหรือบริษัทในประเทศนั้นๆเป็นคนผลักดัน

 

 

Q : ถ้า Yamaha ไทยสนใจก็สามารถเชิญมาร่วมได้ใช่ไหมคะ

สามารถทำได้ถ้าไม่ใช่ธุรกิจ วงการมอเตอร์สปอร์ตไม่ใช่วงการธุรกิจ เป็นวงการที่มาจาก inspiration อย่างน้อง (หวังอี้ป๋อ) มี inspiration อยู่แล้ว นักแข่งทุกคนรู้ตัวเองว่ารักการแข่ง เป็นคนที่ชอบ หลงใหลมอเตอร์สปอร์ต แต่ทีมงานของน้องมองเป็นธุรกิจหรือไม่ ถ้าทีมงานมองเป็นเรื่องธุรกิจก็ยากไงครับ แต่ถ้าตัวน้องสนใจอยากไปแข่งร่วมกับนักแข่งไทยที่ประเทศไทย อยากลองประสบการณ์หาซ้อมใหม่ๆมันเป็น inspiration ส่วนตัวอันนี้ง่าย วันนี้น้องอยู่ภายใต้ธีมของจีนเราก็รู้จักกัน ถ้าน้องต้องการไปแข่งเต็มรูปแบบก็เข้าใจว่าก็ต้องอยู่ภายใต้สังกัดเขาแต่ถ้าไม่เต็มรูปแบบเป็นเรื่องซัพพอต Race น้องก็สามารถมาคนเดียวได้มาพร้อมกับช่างคู่ใจแล้วแต่ตกลง Yamaha เตรียมรถให้หมด Yamaha เตรียมช่างไทยให้หมด และคนสื่อสารได้และเชิญเขามาก็ได้

 

 

Q : บรรยากาศที่มีหวังอี้ป๋อกับไม่มีในสนามอื่นต่างกันไหมคะ

Asia Racing อย่างที่บุรีรัมย์มีประมาณ 2-3 พัน แต่ที่นี่ก็ประชากรเยอะอยู่แล้วก็อาจจะถึงหมื่นได้ไม่ยากแต่ถ้าน้องมาแน่นอน น้องเป็นแม่เหล็กดึงดูดสำหรับประเทศไทย จาก 2-3 พันอาจจะเป็น 2-3 หมื่นก็ได้

 

Q : Feedback Fanpage เป็นยังไงบ้างคะ

แฟนคลับน่ารักมากครับ มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้นที่จะมาซื้อรถ (หัวเราะ) บางคนบอกซื้อให้แฟนขับ บางคนบอกจะซื้อให้ข้างบ้าน ซึ่งน้องใช้ R3 ในประเทศไทยขายคันนึงเกือบ 200,000 บาท

 

 

 

 

เป็นการสัมภาษณ์ที่น่ารักและเป็นกันเองมากสำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสโลกมอเตอร์สปอร์ต ทุกคนในทีมไทยน่ารักเป็นกันเองสุดๆ (เห็นได้จากการแจกไฟล์รูปอี้ป๋อ) สุดท้ายทาง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ฝากเชียร์ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ กับรถแข่ง Yamaha YZF-R1 หมายเลข 24  รุ่น Asia Superbike 1000 CC อันดับ 4 ของเอเชีย ดาวรุ่งพุ่งแรง ซึ่งถ้ามีโอกาสวันหน้าแฟนคลับอย่าลืมเชียร์นะ พี่เค้าฝากมา และทาง Zoonzones ต้องขอบคุณสำหรับข้อมูลในครั้งนี้เช่นกันค่ะ

 

Gallery ภาพเพิ่มเติม >>

 

Wangyibo@Zhuhai

 

 

 

 

Share This