ทั้งสองคน มาร์ค และ กัน นอกจากเป็นพี่ เป็นน้อง และเป็นเพื่อนร่วมงานในซีรีส์ บังเอิญรัก SS2 || A Chance To Love  แล้ว ทั้งคู่ยังมีงานอดิเรก สะสมของรักที่เหมือนกันโดยบังเอิญ นั่นคือ การสะสมรองเท้า มุมมองและเหตุผลว่าทำไมทั้งคู่ถึงรักรองเท้าต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง ทาง Zoonzones ได้ตัดพาร์ทสัมภาษณ์เดี่ยวส่วนหนึ่งออกมาเพื่อนำเสนอ ให้แฟนๆได้อมยิ้มไปกับคำตอบของทั้งคู่กัน เริ่มต้นที่หนุ่ม กัน – ณภัทร ณ ระนอง

 

 

กัน : ตั้งแต่ม.1มาเลย สิ่งที่ชอบมาตลอดเลยคือ การแต่งตัว โดยเฉพาะรองเท้า เราเล่นรองเท้า  สะสมรองเท้าเยอะมากๆ ตั้งแต่ตอนเด็กๆเจริงๆตอนนั้นยังหาเงินเองไม่ได้ ช่วงม.ต้น สิ่งที่เราทำได้ก็คือ เราเรียนให้ได้เกรดดีๆให้คุณแม่ จะได้ให้เงินมาซื้อสิ่งที่เราชอบ นั้นก็คือรองเท้า เริ่มแรกเลยคือ converse vintage พวกปีเก่าๆเลย เป็นความชอบ  รักมัน แล้วก็มี Passion การสะสมรองเท้ายี่ห้ออื่น มาเรื่อยๆๆๆๆๆ และยิ่งเราเจอสตอรี่ของมัน ยิ่งมีการ Collaboration ที่มันหายาก จะค่อนข้างให้ความสนใจกับมันมากๆ เก็บมาสะสมเหมือนที่แฟนคลับเคยเห็น รองเท้ารุ่นหายาก ที่บ้านผมจะตั้งเรียงไว้สูงมากครับ ผมถือว่ามันเป็นวอลเปเปอร์ด้านนึงของบ้านที่เราภูมิใจ

 

Q : ทำไมต้องเป็นรองเท้า คนอื่นเขาเป็นรถ

กัน : คนอื่นเป็นรถเลยหรอ  ฮ่าๆ อย่างที่บอก ผมเป็นคนชอบแต่งตัว มันมีเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกผูกพันธ์กับรองเท้ามากขึ้น  เราจะค่อนข้างให้ความสัมพันธ์กับสตอรี่กับของชิ้นนั้นมากๆ กับตัวเราเองและตัวของมันเอง อย่างที่มันหายาก และเรื่องราวก่อนที่มันจะมาเป็นวัสดุ ก่อนที่มันจะออกมาเป็นรุ่นนี้ เลยค่อนข้างเป็นที่น่าสนใจ ส่วนในตัวเรา เรารู้ว่ากว่าเราจะต้องฝ่าฟัน ต้องใช้คำว่าฝ่าฟันจริงๆนะ กว่าจะได้รองเท้าคู่นี้มา เพราะว่าส่วนมากรองเท้าถ้าใครเล่นจริงๆ คู่ที่มันหายาก บางทีคุณต้องแบบตื่นตั้งแต่ตี4 เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ไปต่อแถว ไม่ใช่เพื่อที่จะซื้อนะ เพื่อที่จะมีสิทธิจับฉลาก แล้วจับฉลากโอกาสได้คือ 1ใน100 1ใน60 แล้วการที่เราได้มันมา ผมโชคดีมากเลยนะ ที่ค่อนข้างที่จะได้มาบ่อยมากๆ ทำให้เรารู้สึกรักกับมัน แล้วรู้สึกว่าเราได้แล้วอยากได้อีก ทำให้เรารักมันไปแล้ว เพราะเรามีส่วนร่วมกับมันทุกงาน

 

 

Q : เดี๋ยวนี้ก็ยังมีอยู่นะ พวกต่อแถวซื้อเนี่ย

กัน : ใช่ๆตอนนี้ก็ยังมีอยู่ แต่หลังๆ ก็พูดตรงๆว่าหลังๆเราเริ่มทำงานได้แล้ว เราก็เลือกที่จะซื้อแบบรีเซลมาบ้าง (รีเซล คือการซื้อต่อรองเท้าในราคาที่สูงกว่าเดิมเท่าตัว หรือหลายเท่าตัว)  แต่ว่าคัดแต่..ก็ไม่ได้คัดอ่ะ ผมซื้อทุกคู่เลย ฮ่าๆ อย่าเอาเป็นแบบอย่างนะครับ เมื่อก่อนเรามองเหมือนเป็นการลงทุนด้วย เพราะว่าอย่างที่ทุกคนรู้กัน มันมีรีเซล บางทีราคาป้ายอาจจะแค่แปดพัน แต่มาขายต่อกันสามหมื่นงี้ มันเหมือนการเล่นแร่แปลธาตุ ไปซื้อที่อื่นมาราคาถูกกว่านิดนึง แล้วไปปล่อยต่ออะไรอย่างนี้ ทำอย่างนั้นเยอะมาก ผมเป็นพ่อค้ารองเท้าอยู่ช่วงนึงเลย

 

Q: ข้อดี และ ข้อเสีย ของตัวเอง

กัน : ข้อดีจะเป็นคนที่แบบว่า ร่าเริงตลอดเวลา พยายามมองโลกในแง่ดี มีอะไรก็จะหัวเราะ ถ้าอยู่กับเพื่อนๆผมคือตัวฮาเลยอ่ะ ตัวที่แบบชงมุก ตัวที่สร้างสีสัน สร้างเสียงหัวเราะได้ ส่วนข้อเสียเนี่ย ผมเป็นคนที่มองออกง่ายมาก คนที่มองหน้าเราอ่ะจะรู้เลยว่าเราคิดยังยังไงอยู่ felling ที่มันออกมาจากตัวเรา ทำให้รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่

จบไปกับสัมภาษณ์บางส่วนของ กัน ณภัทร หนุ่มอารมณ์ดี ขี้เล่น ที่เล่าเรื่องเห็นภาพชัดเจน มาต่อกับอีกหนึ่งหนุ่ม มาร์ค – ศิวัช จำลองกุล หนุ่มมาดนิ่ง ยิ้มละมุน ในหัวข้อคำถามเดียวกัน แต่สไตล์การตอบไม่เหมือนกัน ลองอ่านกันดูนะคะ

 

 

Q : ของสะสมที่รัก

มาร์ค : รองเท้าครับ ผมเป็นคนที่ชอบสนีกเกอร์ ก็คือคล้ายกับพี่กัน นี่พี่กันตอบรองเท้าเหมือนกันไหมครับ? (ทีมงาน:ใช่ค่ะ) นั่นเห็นไหม  (ทีมงาน: พี่กันชอบเพราะมีเรื่องราว) อ่อ..พี่กันชอบเพราะมีเรื่องราว ผมชอบเพราะว่า ผมชอบครับ ฮ่าๆ  คือผมชอบเพราะผมรู้สึกว่ารองเท้า มันเป็นสิ่งที่ผู้ชายทุกคนน่าจะรู้สึกกับมันแหละ พวกรองเท้า นาฬิกาต่างๆ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมรักรองเท้ามากครับ

 

 

Q : ข้อดี ข้อเสีย ของตัวเอง

มาร์ค : ผมขอเริ่มที่ข้อเสียก่อนเลยละกันนะครับ เพราะเยอะ ฮ่าๆ ผมเป็นคนที่ขี้เกียจครับ แล้วก็เป็นคนที่ไม่ค่อยมีความกระตือรือร้นเท่าไหร่ แล้วก็เป็นคนที่แบบว่าไม่ค่อยมีชีวิตชีวา เป็นคนเงียบๆ เป็นคนที่ไม่ค่อยพูดอะไร แล้วก็เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง บางทีเราก็น่าจะคุยกับคนอื่นบ้าง ส่วนข้อดีของผมก็ “หล่อ” ครับ (เห็นด้วยค่ะ) ฮ่าๆ  ล้อเล่นๆ ผมเป็นคนที่ถ้าตั้งใจจะทำอะไรกับมันจริงๆ หรือถ้าผมรู้สึกมีไฟกับมันจริงๆ ผมจะทำมันแบบสุดทาง ทำมันให้สุดจริงๆ ข้อดีของผมอีกอย่างนึง ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่คิดก่อนทำ คิดอะไรเยอะเหมือนกันนะครับ แต่แบบบางครั้งผมอาจจะเผลอ แต่โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่คิดเยอะจริงๆ

 

 

นี่แค่บางส่วนของการสัมภาษณ์เดี่ยวในหัวข้อเดียวกันนะคะ มาร์ค ตอบสั้นแต่ฮุคหนัก สองคน สองสไตล์แตกต่างแต่ลงตัว สำหรับการร่วมงานกับทั้งคู่ สนุกมากๆ ทั้งสองคนเป็นธรรมชาติ เป็นกันเอง ทุ่มเทให้กับงาน เห็นชัดว่าเป็นคนที่ตั้งใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ในวันที่สัมภาษณ์ มาร์ค กัน ทำงานมาตั้งแต่เช้า แต่สามารถทำงานไปด้วย ยิ้มไปด้วยจนพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ทีมงานขอบคุณทั้งคู่ที่สละเวลามาให้ทาง Zoonzones ได้สัมภาษณ์ ได้รู้จักกับทั้งคู่มากขึ้นนะคะ

 

 

 

 

 

เสื้อผ้า  @titat.official 

สถานที่ : บ้านตากสิน สตูดิโอ

 Photography by Suwat_photo

 

Share This