HUSTLERS

 

ชื่อเรื่อง   Hustlers (ยั่ว สวย รวย แสบ)
ประเภท  Drama / Crime / Comedy
กำหนดฉาย 26 กันยายน 2019
บริษัทจัดจำหน่าย โมโนฟิล์ม
ผู้อำนวยการสร้าง อีเลน โกลด์สมิท โทมัส  (Second Act, Maid in Manhattan)
ควบคุมงานสร้าง   อดัม แมคเคย์ (The Big Short, The Other Guys)   วิลล์ เฟอร์เรล (Get Hard, Daddy’s Home)
กำกับ ลอรีน สกาฟาเรีย (Seeking a Friend for the End of the World)
แสดงนำ คอนสแตนซ์ วู (Crazy Rich Asians)   เจนนิเฟอร์ โลเปซ  (Second Act, Maid in Manhattan)

 

 

สร้างจากบทความจริงในนิตยสาร นิวยอร์ค แมกกาซีน เรื่องราวของกลุ่มสาวในไนท์คลับที่รวมตัวกันต้มตุ๋นและหลอกล่อเอาเงินจากลูกค้าที่เป็นนักธุรกิจหน้าเลือดจากวอลล์สตรีท ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2015

ผลงานจากผู้สร้าง อดัม แมคเคย์ ที่เคยสร้างผลงานระดับออสการ์จาก The Big Short  ร่วมด้วยนักแสดงสาวระดับซุปเปอร์สตาร์อย่าง คอนสแตนส์ วู จาก Crazy Rich Asians, เจนนิเฟอร์ โลเปซ จาก Second Act, จูเลีย สไตล์ จาก The Bourne Ultimatum และ ดาราหญิงแถวหน้าอีกมากมาย ที่จะมาออกลีลาแสบ เย้ายวน ปล้นเงินจากผู้ชายนับร้อย

 

“ในเมืองเส็งเคร็ง และ ประเทศเฮงซวยนี้ มันก็เหมือนกับบาร์เปลื้องผ้า

เพราะมีคนที่โยนเงินทิ้งอย่างไม่เห็นคุณค่า และ มีคนที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยการเต้นรูดเสา”

– ราโมน่า –

 

ภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง HUSTLERS เป็นภาพยนตร์ ดราม่า คอมเมดี้ เรื่องราวของกลุ่มสาวนักเต้นเปลื้องผ้าในไนท์คลับที่รวมตัวกันต้มตุ๋นหลอกล่อเอาเงินจากลูกค้าที่เป็นนักธุรกิจจากวอลล์สตรีท

 

 

ช่วงต้นปี 2007 เดสตินี่ (คอนสแตนซ์ วู) เธอกำลังปากกัดตีนถีบหาเงินเช้ากินค่ำให้กับตัวเองและย่าของเธอ และมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะทุกคนต่างอยากมีส่วนได้เสียจากเงินที่เธอหามาได้ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นบาร์เทนเดอร์ ดีเจ หรือแม้กระทั่งผู้จัดการร้านเอง รายได้ของเธอหายไปเกือบหมด ทั้งๆ ที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานเต้นเปลื้องผ้ามาทั้งคืน

แต่ชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อเธอได้พบกับ ราโมน่า (เจนนิเฟอร์ โลเปซ) นักเต้นระดับตัวจี๊ดของร้าน ที่ดูเหมือนว่าเธอกุมบังเหียนควบคุมทุกอย่างไว้กับมือ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า การจัดการคนในร้าน หรือแม้กระทั่งลีลาการเต้นรูดเสาที่บาดตาบาดใจ ทั้งสองคนผูกสัมพันธ์กันอย่างรวดเร็ว ราโมน่า สอนวิธีการเต้นรูดเสาฉบับเร่งด่วนให้กับเดสตินี่ ทั้งลีลา และ ท่าทางต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นท่าม้าหมุน โรยตัว เกี่ยวหน้า เกี่ยวข้อเท้า อีกทั้งเธอยังแนะนำให้รู้จักกับอีกหนึ่งนักเต้นสาวไฟแรงอย่าง ไดม่อน (คาร์ดิ บี) ที่จะมาสอนท่วงท่าการเย้ายวนในลีลาการเต้นบนหน้าตักของหนุ่มๆ

แต่สิ่งที่ เดสตินี่ กำลังจะได้รับบทเรียนที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือการที่เธอมาอยู่ในสภาพสังคมที่กำลังพังทลาย เธอเองต้องเป็นคนเลือกว่าจะสู้หรือยอมให้กับความพ่ายแพ้

ในท้ายที่สุด ราโมน่า และ เดสตินี่ ค้นพบความสำเร็จที่เกินความคาดหมาย เธอสามารถหาเงินได้มากกว่าที่เธอจะใช้มันได้หมด

จนกระทั่งเศรษฐกิจในประเทศพังทลายลงในช่วงกันยายนปี 2008 พวกเหล่านักธุรกิจในวอลล์สตรีทเอาตัวรอดได้จากการขโมยเงินจากคนอื่น และยังคงลอยหน้าลอยตา ไม่เคยรับผลกรรมอะไรเลย แต่ครั้งนี้ ราโมน่า เดสตินี่ และ นักเต้นในไนท์คลับ รวมตัวกันเป็นครอบครัวเล็กๆ กลายเป็นนักต้มตุ๋น เพื่อสั่งสอนเหล่านักธุรกิจหน้าเลือดเหล่านี้ให้หลาบจำ

พวกเธอสร้างแผนการอันแยบยล เพื่อให้ชีวิตของพวกเธอกลับสู่สภาวะปกติ เมื่อเกมเริ่มเข้มข้นขึ้น พวกเธอจึงต้องอาศัยหมัดเด็ดด้วยการผสมยาลงในเครื่องดื่มให้ลูกค้ากิน ทำให้พวกเขาไม่สามารถต่อต้านแรงเสน่ห์ของพวกเธอได้ อีกทั้งไม่มีใครต้องเจ็บตัว พวกเธอให้เหตุผลเข้าข้างตัวเอง “มันก็เหมือนกับปล้นธนาคารนั่นแหละ เพียงแต่ผู้ชายเหล่านี้เค้ายื่นกุญแจให้กับเรา”

นักเต้นทั้งสี่ผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้นยิ่งกว่าครอบครัว จนกระทั่งสิ่งต่างๆ เริ่มอยู่เหนือการควบคุม…

ผลงานจาก STX Films ภาพยนตร์เรื่อง Hustlers นำแสดงโดย คอนสแตนซ์ วู, เจนนิเฟอร์ โลเปซ, จูเลีย สไตล์ส, กีกี้ ปาล์มเมอร์, ลิลี่ ไรน์ฮาร์ท และ คาร์ดิ บี ภาพยนตร์เขียนบทและกำกับโดย ลอรีน สกาฟาเรีย ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความที่ถูกตีพิมพ์ขึ้นใน New York Magazine ชื่อว่า “The Hustlers at Scores” เขียนโดย เจสสิก้า เพรสส์เลอร์ ควบคุมงานสร้างโดย เจสสิก้า เอลบาล์ม, อีเลน โกลด์สมิธ-โทมัส, เจนนิเฟอร์ โลเปซ, วิลล์ แฟร์เรล และ อดัม แมคเคย์

Hustlers นำมาซึ่งความบันเทิง ความสนุก ความน่าตื่นตา การวิพากษ์สังคม และกลุ่มหญิงสาวที่รวมตัวกันเพื่อฝืนชะตาชีวิต ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความยากลำบาก และยิ่งไปกว่านั้น คอนสแตนซ์ วู ยังเพิ่มเติมว่ามันเป็นเรื่องราวที่เราสัมผัสได้ง่าย ที่มีผลกระทบกับผู้คนในวงกว้าง “ฉันพยายามหาบทคาแรกเตอร์ที่เล่นเป็นคนที่มีความโดดเดี่ยว เพราะวัฒนธรรมของประเทศเราได้ก่อร่างสร้างพวกเรามาเป็นแบบนี้” เธออธิบาย “เราต้องการเรื่องราวแบบนี้ เดสตินี่ เป็นคนที่แข็งแกร่งและงดงามเพราะเธอนั้นเป็นคนที่โดดเดี่ยว แต่เธอพยายามปฏิเสธตัวเองอยู่เสมอว่าเธอไม่ได้เดียวดาย ในสังคมทุกวันนี้”

 

เจนนิเฟอร์ โลเปซ เป็นผู้รับบท ราโมน่า นักเต้นดาวดังของร้าน นอกจากนี้เธอยังรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอหลงรักหนังเรื่องนี้ไปกับเรื่องราวของ “ความโลภ อำนาจ ความฝันแบบอเมริกันชน และเรื่องราวของกลุ่มผู้หญิงที่ทำงานในสายงานที่สังคมไม่ให้การยอมรับ แต่พวกเธอต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอด แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่หมิ่นเหม่จริยธรรม จากการดิ้นรน แต่พวกเธอไม่ใช่ผู้ริเริ่มความยากลำบากครั้งนี้ พวกเธอเพียงแค่อยากมีพื้นที่ในการมีชีวิตอยู่ มันเป็นเรื่องของความถูกต้อง และคุณพร้อมจะก้าวไปไกลแค่ไหน ที่จะดิ้นรนสู้เพื่อสิ่งที่ตนฝัน”

 

“เรานำเสนอโลกที่เราอาจจะเคยเห็นมาจากภาพยนตร์และโทรทัศน์มาหลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เราเปลี่ยนมุมมองมาสู่มุมมองของนักเต้น” ลอรีน สกาฟาเรีย กล่าว “มันเป็นมหากาพย์ส่วนผสมของภาพยนตร์ ดราม่า, สืบสวน, นักเต้นเปลื้องผ้า และ สถานะเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อวงกว้าง ซึ่งแน่นอนมันส่งผลต่อตัวละครของเรา บทความของ เจสสิก้า เพรสเลอร์ เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและมีคาแรกเตอร์ที่น่าประทับใจ ที่ต้องเผชิญหน้ากับการถูกตีตราอยู่เสมอในอาชีพของที่พวกเธอเป็น นี่ยังไม่รวมถึงความสัมพันธ์ของเพื่อนที่บางครั้งมันทำให้เราเกิดปัญหาตามมา”

 

 

เจสสิก้า เอลบาล์ม โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์แห่ง Gloria Sanchez Productions ที่เลือกบทความของ เพรสเลอร์มาทำเสนอกล่าวว่า “ฉันเห็นว่าการเดินทางของตัวละครในบทความนั้น มันน่าอัศจรรย์ใจมาก มันเป็นเศษเสี้ยวของชีวิตที่มีความน่าตื่นเต้นและความตื่นตระหนก เมื่อผนวกเข้ากับความทะเยอทะยานในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันทำให้เรื่องราวนี้เป็นจุดที่น่าสนใจมากทีเดียว”

ทั้งโปรดิวเซอร์และนักแสดงกล่าวชื่นชมกันเป็นเสียงเดียวกันว่า “ลอรีน เป็นผู้ทำหนังที่ใช่สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Hustlers ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ คอนแสตนซ์ วู กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “เพราะเธอเอาใจใส่กับตัวละครทุกตัว ทุกคนนั้นมีความเป็นมนุษย์ปุถุชนสูงมาก มันแทบไม่เหมือนตัวละครสมมุติขึ้นมา เพราะตัวละครของเธอนั้นผูกติดอยู่กับความเป็นจริงในสภาวะสังคมที่เป็นอยู่จริง”

เอลบาล์ม เสริม “ลอร์ลีนเอาจริงเอาจังกับการเล่าเรื่องอย่างมาก เธอให้ความเคารพกับตัวละคร และเข้าใจว่าตัวละครต้องการทำอะไร ลอร์ลีนทำให้ตัวละครของเธอนั้นมีความสมจริงด้วยการไม่มองว่าพวกเธอเป็นแค่เหยื่อ หรือ ไม่ได้มองว่าพวกเธอเป็นผู้ที่น่ายกย่อง แต่เป็นการมองอย่างเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับโลกรอบข้าง ผลกระทบต่างๆ หล่อหลอมให้ตัวละครแต่ละตัวเป็นแบบนั้นจริงๆ”

กีกี้ ปาล์มเมอร์ กล่าวว่า “สกาฟีเลีย เป็นผู้กำกับที่ฉลาดและใจดีมากที่สุดคนหนึ่งที่เธอเคยร่วมงานด้วย เธอนอบน้อม แต่อีกมุมหนึ่งเธอก็เป็นคนที่มั่นใจในตนเองและมีมุมมองที่ชัดเจนเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่เธอจะสร้าง ลอรีน เป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยเมื่อแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญกับการที่ตัวละครของเราจะต้องได้รับในภาพยนตร์เรื่องนี้”

 

จะสู้หรือจะเป็นผู้ถูกเอาเปรียบ

การเดินทางของสาวๆ ในเส้นทางของนักต้มตุ๋นเป็นผลพวงมาจากระบบสังคมที่ล่มสลาย ซึ่งทำให้พวกเธออยู่ในบ่วงโซ่ที่ต่ำที่สุด การดิ้นรนที่จะมีเงินและการพยายามหลุดออกจากวิบากกรรมนั้นจึงเป็นเหตุผลที่เธอทำในสิ่งที่ต้องทำ ด้วยเหตุผลของการที่ต้องดูแลชีวิตของตัวเองและครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้นคือความต้องการอยู่ในความฝันของชาวอเมริกันที่ดูเหมือนจะห่างจากความเป็นจริงมาก

การวางแผนที่ชาญฉลาดแต่ผิดจริยธรรม ไม่ว่าจะเป็นการวางยาในเครื่องดื่มให้แก่ลูกค้าจากวอลล์สตรีท ที่มองพวกเธอเป็นแค่สิ่งของเท่านั้น ลูกค้าเหล่านี้ยังเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ยิ่งไปกว่านั้นพวกเศรษฐีเหล่านี้เองก็หาเงินจากซากความฝันของเหล่าชนชั้นที่ถวิลหาความฝันแบบอเมริกันชนอยู่เช่นกัน และในความคิดของเหล่าสาวๆ พวกเธอคงต้องเอาคืนกับคนพวกนี้อย่างสาสม

อย่างไรก็ตามการกระทำของสาวๆ ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชม “มันเป็นการกระทำของเหล่าแอนตี้ฮีโร่ทั้งหลาย มันเป็นเพียงแค่การเอาชีวิตรอดในเกมที่พวกเธอต้องเจอ” เจนนิเฟอร์ โลเปซ กล่าว “ไอเดียทั้งหมดมันเริ่มมาจากแค่พวกเธอต้องการที่จะเอาคืนพวกเศรษฐีจากวอลล์สตรีทที่ทำเศรษฐกิจล่มในปี 2008 ก็เพียงเท่านั้น แต่เมื่อคุณเริ่มเล่นเกมนี้แล้ว มันก็ยากที่จะหยุด”

ในภาพยนตร์เรื่อง Hustlers ยังเป็นการจิกกัดอย่างสนุกสนานในเรื่องของเพศด้วย “มันมีประโยคในหนังที่ว่า มีเพียงผู้ชายไม่กี่คนเท่านั้นที่จะยอมรับว่าพวกเขาโดนผู้หญิงหลอก” โลเปซ กล่าว “ความหยิ่งทะนงตนของผู้ชาย ทำให้เขาไม่กล้าที่จะไปแจ้งความ ผู้ชายกลุ่มนี้ไม่สนใจและไม่อยากที่จะไปรู้จักว่าผู้หญิงที่หลอกพวกเขาสำเร็จนั้นเป็นใคร เขาสนใจแต่เพียงแค่พวกเขาอยากมองพวกเธอว่าเป็นอย่างไร พวกเขาไม่คิดหรอกว่าผู้หญิงพวกนี้จะฉลาดมากพอที่จะหลอกต้มตุ๋นเขาได้ มันเป็นการทำให้จินตนาการของพวกเขานั้นสูญหายไป ผู้ชายมักคิดว่าพวกเขาเก่งกล้ากว่าเสมอ การโดนผู้หญิงหลอกต้มตุ๋นจึงเป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาคิด”

“มารยาหญิง” อีเลน กล่าวถึงการกระทำที่ทำให้ผู้หญิงกลุ่มนี้ประสบความสำเร็จ “พวกเธอทำบางสิ่งที่ เมื่อคนอื่นได้เห็นจะตัดสินพวกเธอทันทีว่าพวกเธอนั้นทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ลอรีน และนักแสดงของเราแสดงให้เราเห็นว่าสิ่งที่เธอทำนั้น เราจะต้องหันกลับไปมองด้วยความห่วงใย” เอลบาล์ม กล่าวว่า “ทุกตัวละครในเรื่องทำในสิ่งที่ต้องทำเพราะพวกเธอนั้นต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด สิ่งที่สาวๆ ทำนั้น เป็นกระจกสะท้อนว่าผู้ชายเหล่านั้นได้ทำอะไรกับพวกเธอไว้บ้าง”

 

เรียนรู้การเต้น

มันเป็นความท้าทายที่สูง สำหรับนักแสดงที่ต้องมารับบทเป็นนักเต้นเปลื้องผ้า แต่การเรียนรู้วิธีการเต้นกับเสาเป็นสิ่งที่ท้าทายอันดับแรกสุด “กล้ามเนื้อของฉัน ฉันไม่เคยปวดระบมมากเท่านี้มาก่อน เมื่อต้องเจอกับการเต้นระบำรูดเสา” คอนสแตนซ์ วู กล่าวอธิบายถึงประสบการณ์เมื่อตอนที่ฝึกหัดท่วงท่าของการเรียนรูดเสา

แม้กระทั่ง เจนนิเฟอร์ โลเปซ ผู้เชี่ยวชาญในการเต้นในหลายรูปแบบ และเธอออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ กล่าวถึงสิ่งที่ยากที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยทำมา “ฉันเตรียมตัวอยู่ราว 6 เดือน ก่อนที่จะเริ่มการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้” เธอกล่าว “ฉันพกเสาแบบพกพาได้ไปกับฉันด้วยทุกที่ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดการฝึกอย่างต่อเนื่อง ฉันได้ฝึกขยับกล้ามเนื้อในส่วนที่ไม่เคยได้ใช้มาก่อน ดังนั้นทุกวันฉันจะมีร่องรอยฟกช้ำอยู่เสมอ แม้กระทั่งตอนนี้ หลังและไหล่ของฉันก็ยังไม่หายดี”

คอนสแตนซ์ วู, เจนนิเฟอร์ โลเปซ และนักแสดงหลักคนอื่นๆ จำเป็นต้องเรียนการเต้นรูดเสาทั้งหมด และต้องมอบเครดิตการฝึกสอนทั้งหมดให้กับ โจฮันนา ซาปากี ที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ “โจฮันนา เป็นคนที่มีความสามารถสูงมาก” โลเปซ กล่าว “พวกเราคงทำไม่ได้ถ้าไม่มีคำชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญเช่นเธอ”

เธอเป็นอดีตนักแสดง Cirque de Soleil และเป็นผู้เชี่ยวชาญการเต้นแอโรบิก โจฮันนา ซาปากี กล่าวถึงความสำคัญของการที่นักแสดงแต่ละคนจะต้องเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของการเต้นรูดเสา “บรรยากาศ และการพัฒนาตัวละคร คือสิ่งจำเป็น”

ซาปากี ตื่นเต้นกับการที่นักแสดงแต่ละคนต่างมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน “ยกตัวอย่างเช่น เจนนิเฟอร์ โลเปซ เธอเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรงมาก เธอเป็นนักกีฬา และเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการเต้น การเต้นของเธองดงามและจังหวะที่ชัดเจนมาก แต่เธอนั้นไม่เคยเต้นรูดเสามาก่อน” ซาปากี กล่าว “ดังนั้นเราจึงเข้าหาเธอด้วยวิธีการเต้น การออกแบบท่าเต้นร่วมกัน โดยอาศัยคาแรกเตอร์ของตัวละครเป็นตัวกำหนดท่าทาง  สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เจนนิเฟอร์ ทำผลงานการเต้นรูดเสาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นท่าหมุน ท่าเบสิคต่างๆ

“การเต้นรูดเสาของ เจนนิเฟอร์ โลเปซ นั้นได้ถ่ายทอดพลังและความชัดเจนในตัวละครอย่าง ราโมน่า ที่เธอแสดง เราทั้งสองคิดร่วมกันว่าเราจะออกแบบท่าทางอย่างไร เพื่อให้คนดูได้รู้จัก ราโมน่า ได้ดีที่สุด

แต่สำหรับ คอนแสตนซ์ วู แล้ว ซาปากี มีวิธีที่ต่างออกไป “คอนสแตนซ์ ไม่เคยมีประสบการณ์การเต้นมาก่อน ดังนั้นเราจึงเข้าหาเธอด้วยวิธีที่ต่างกันออกไป” เธอกล่าว “ฉันใช้คำพูดที่ต่างออกไปในการอธิบายการเคลื่อนไหว เพื่อให้เธอได้เข้าใจอย่างง่าย ฉันทึ่งมากกับการที่เธอสามารถทำท่า Reverse Backspin บนเสาได้สำเร็จ คอนสแตนซ์ทำได้งดงามมาก ท่านี้ทำให้เธอเปิดรับท้องฟ้าด้วยหน้าอกของเธออย่างนุ่มนวลและลื่นไหลเป็นธรรมชาติ”

เมทท์ ทาวลีย์ เป็นนักเต้นที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่เธอก็ยอมรับแต่โดยดีว่า เธอนั้นไม่เคยเตรียมพร้อมกับท่าที่แปลกประหลาดเท่าครั้งนี้ “มันจำเป็นต้องใช้ความแข็งแรงที่ฉันไม่มี และฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้ตั้งแต่เคยเรียนเต้นมา ดังนั้นสิ่งที่ฉันทำคือไปซื้อเสาเปลื้องผ้ามา ที่ซึ่งพ่อของฉันไปติดตั้งไว้ในโรงรถที่บ้านของเรา “เธอกล่าวติดตลก

กีกี้ พาล์มเมอร์ นั้นเคยมีประสบการณ์ในบาร์เปลื้องผ้า (ในฐานะลูกค้า) แต่อย่างไรก็ตามเธอบอกว่าความเป็นจริงของการเต้นรูดเสานั้นเป็นสิ่งที่เธอคาดไม่ถึง “นักเต้นในคลับที่ฉันไปดูที่แอตแลนต้านั้นมีความสามารถที่น่าทึ่ง และสิ่งหนึ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากการพยายามเต้นรูดเสาคือ มันต้องใช้การฝึกฝนที่หนักมาก มันเป็นมากกว่าการเต้น มันต้องอาศัยความแข็งแกร่งของร่างกาย เราต้องใช้แรงในการทำท่าทางและทริคต่างๆ ตอนนี้ฉันนับถือพวกเขามากกว่าที่เคยคิดไว้เยอะเลย”

 

การออกแบบงานสร้าง

ผู้ออกแบบงานสร้างของภาพยนตร์เรื่อง Hustlers คือ เจน มัสกี้ จากภาพยนตร์เรื่อง Maid in Manhattan บอกว่าเธออยากที่จะทำให้ผู้ชมได้พบกับประสบการณ์ในโลกที่แท้จริงของสาวๆ เหล่านี้อยู่กัน รวมไปถึง การเดินทาง และ ความซับซ้อนในชีวิต ผ่านงานออกแบบของฉากและโทนสีของหนัง “ทั้งลอรีน สกาฟาเรีย, ผู้กำกับภาพอย่าง ทอดด์ บันฮาลส์ และฉัน ต่างมีมุมมองต่อตัวคาแรกเตอร์เหมือนกัน นั่นคือพวกเราคิดว่าเราต้องการเห็นความดิบที่แท้จริงในการเดินทางไปข้างหน้าเพื่อครอบครองในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยมี และต้องการในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ซึ่งขัดต่อสายอาชีพที่ตัวเองเป็น จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด มันเป็นเรื่องของพลังว่าคุณจะสามารถไปไกลได้แค่ไหนเมื่อมีคนมาดูถูกคุณ”

การทำรีเสิร์ช เป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบงานสร้างของ มัสกี้ “ฉันเข้าไปดูโปรไฟล์ในอินเตอร์เน็ต ของเหล่านักเต้นเปลื้องผ้า แล้วมันทำให้ฉันทึ่งมาก” เธอกล่าว “มันมีภาพของพวกเธอที่เข่ามีแผลและเลือดออก งานของพวกเธอต้องใช้ความพยายามและความอดทนสูงมาก แต่พวกเธอทำออกมาได้สวยงามมาก”

เมื่อความสมจริงเป็นเรื่องหลัก มัสกี้ ยอมรับแต่โดยดีว่าเธอแอบเปลี่ยนแปลงบางสิ่งด้วยเช่นกัน “เราเปลี่ยนบางสิ่งเช่นกัน” มัสกี้ กล่าว “โดยปกติแล้วห้องแต่งตัวของไนท์คลับจะเป็นที่เก็บสัมภาระทุกอย่างของนักเต้น แต่เราต้องการเห็นความพร้อมของนักแสดงในการเตรียมตัวขึ้นเวที ทั้งการแต่งหน้า และอุปกรณ์แต่งหน้าทั้งหลายเข้าไปในฉากอื่นๆ ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ห้องแต่งตัวเพียงเท่านั้น”

มัสกี้ใช้โทนสีของงานฉากของเขาเป็นแบบสีเอิร์ธโทน ในตอนเริ่มเรื่อง จากการแนะนำตัวละครอย่าง เดสตินี่ (คอนสแตนซ์ วู) ให้เห็นบรรยากาศอึมครึมของการปากกัดตีนถีบในการหาเลี้ยงชีพในแต่ละวัน “แต่หลังจากที่เธอได้พบกับ ราโมน่า (เจนนิเฟอร์ โลเปซ) และบรรดาสาวๆ คนอื่น จนกระทั่งได้มาเป็นแก็งค์สาว ไนท์คลับเริ่มมีชีวิตชีวา เราจึงได้เริ่มใส่เฉดสีที่มากขึ้นๆ จนมันดูมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะในห้องเต้นส่วนตัวที่มีการเต้นยั่วยวนเกิดขึ้น” มัสกี้ กล่าว “เราต้องการที่จะทุ่มไปให้สุดหน้าตักเพื่อที่จะได้เห็นว่าโลกนี้สามารถบ้าคลั่งไปได้สุดแค่ไหน”

หลังจากนั้น เมื่อสาวๆ เริ่มมีเงินร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆ มัสกี้บอกว่า เธอได้ลดสีออกไปเรื่อยๆ “เพื่อเพิ่มคอนทราสเมื่อเธอสามารถก้าวข้ามผ่านแรงกดดันทางเศรษฐกิจไปได้ แต่ต้องไปพบกับแรงกดดันขั้นใหม่ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม”

ฉากที่จัดขึ้นในไนท์คลับ จริงๆ แล้ว ทีมงานได้ถ่ายทำกันใน ไนท์คลับจริงที่นิวยอร์ค ที่แห่งนั้นมีชื่อว่า Show Palace พวกเขาไปเช่าถ่ายและได้ทำการเปลี่ยนแปลงสถานที่แห่งนั้น “มันเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องสร้างมุมมองภาพแบบใหม่ เราจึงต้องเปลี่ยนแปลงสถานที่แห่งนี้บ้าง” เธออธิบาย “เราทำให้สถานที่นี้มีสีสันที่โดดเด่น มีการสะท้อนของแสง ปรับ โทนสี และเพิ่มไฟนีออน ทำให้มันมีชีวิตชีวามากขึ้น” เจ้าของคลับพอใจกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงกับร้านของเขา และเขายินดีที่จะปล่อยให้ร้านมันเป็นแบบนี้หลังจากการถ่ายทำจบลง

สิ่งหนึ่งที่น่าจดจำที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือฉากที่นักแสดงมาเยือนคลับ ที่จะมาปลดเปลื้องทุกความเร้าใจ เพลงที่ไพเราะ การเต้น การเฉลิมฉลอง และเงินที่ปลิวว่อนในซีน ฉากนี้ใช้เวลาถ่ายทำหนึ่งวันเต็ม โกลด์สมิธ-โทมัส กล่าว “ทุกตัวละครต้องเต้น มีคนกว่า 300 คนอยู่ในฉากในวันนั้น และเราจะต้องทำฉากให้เหมือนกับว่าเราอยู่ในปี 2007 พวกเราแม้จะมองอยู่แต่หลังมอนิเตอร์เท่านั้น ต่างทึ่งและประหลาดใจ เพราะสิ่งที่เราเห็นนั้นมันไม่ใช่แค่ เจนนิเฟอร์ โลเปซ แต่ผู้ที่อยู่บนหน้าจอคือ ราโมน่า ส่วนคนที่เต้นอยู่ข้างๆ นั้นไม่ใช่ คอนสแตนซ์ แต่มันคือ เดสตินี่ ทั้งคู่ได้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด มันคือช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม บ้าคลั่ง และสมจริงที่สุด

“เหมือนกับฉันที่ได้จับภาพชีวิตจริง ในแบบที่มีตัวตนจริงๆ” สกาฟาเรีย กล่าว “สาวๆ แข็งแรงมาก และ ฉันถ่ายทำการเต้นของพวกเธอให้เป็นอย่างนั้น”

เมื่อพูดถึงเรื่องการแต่งกาย ตามที่ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายอย่าง มิทเชลล์ เทรเวอส์ จาก ภาพยนตร์เรื่อง In the Heights กล่าวไว้ว่า “ความต่างของการแต่งกายของผู้หญิงแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน และการแต่งกายมันเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้ชมเหลียวหลังมามอง”

“มันมีความเป็นครอบครัวเมื่อ เดสตินี่, ราโมน่า, เมอร์ซีเดส และ แอนนาเบล มาร่วมแชร์ซีนด้วยกัน พวกเธอสามารถแต่งตัวแบบใส่ชุดนอนธรรมดาได้เลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับการทำงานแบบนี้แล้ว การแต่งตัวเพื่อให้ผู้ชายมองนั้นก็เหมือนกับการประดับอาวุธให้กับพวกเธอเอง ทั้งการเปิดให้เห็นส่วนเว้าโค้ง โดยความเซ็กซี่ของแต่ละคนนั้นก็มีความแตกต่างกัน ถ้าให้ง่ายก็เปรียบเหมือนผู้ชายเวลาแต่งตัว พวกเขาจะเตรียมเสื้อกันกระสุน ปืนพก แต่สำหรับพวกเธอคือการแต่งตัวให้วาบหวิวนั่นเอง” เทรเวอส์ กล่าว

สำหรับตัวละครแต่ละตัว เทรเวอส์ ค้นคว้าการแต่งตัวในปี 2007 แล้วพบว่าเรฟเฟอเรนซ์ที่ดีที่สุดสำหรับตัวละครอย่าง ราโมน่า นั้นก็คือ เจนนิเฟอร์ โลเปซ เอง เขากล่าวติดตลก และสำหรับตัวละครอย่าง เดสตินี่ นั้นก็มีตั้งแต่ Tita Tequila, Fergie, Ashley Simpson ส่วนในบทของ เมอร์ซีเดส นั้นมีลุคแบบ Ashanti และ Beyonce ในยุคแรก ส่วนในบทของ แอนนาเบล เราได้สร้างแบคกราวด์ตัวละครของเธอให้เป็นคนจากทางใต้ เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเธอในการย้ายที่อยู่อาศัย การที่เธอได้รู้จักคนใหม่ๆ และการพยายามเข้ากับทุกคนให้ได้ เราจึงนึกถึงเธอในแบบคาแรกเตอร์ของ Miley Cyrus

 

 

 

 

Share This