จากซีรี่ส์ “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” มีตอนหนึ่งให้ความสำคัญกับถ้วยลายไก่ของสนมกุ้ยเฟย ซึ่งถ้วยลายไก่มีประวัติศาสตร์ที่แฝงมากว่า 500 ปี ทำขึ้นในรัชศกเฉิงฮว่า สมัยราชวงศ์หมิง ชาวเน็ตต่างพูดกันว่านี่คือชามตราไก่ที่มีชื่อเสียงของลำปางไม่ใช่เหรอ? ความจริงแล้ว ประมาณปี ค.ศ. 1937 ถ้วยสีลายไก่ชนดังกล่าว เป็นของที่ชาวจีนซึ่งอพยพมาเมืองไทยนำมายังประเทศไทย และได้กลายเป็นของขึ้นชื่อในท้องที่ ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทยกับจีน

ถ้วยสีลายไก่ชนที่ทำขึ้นในรัชศกเฉิงฮว่า สมัยราชวงศ์หมิงนั้นเป็นงานศิลปะล้ำค่าในบรรดา  เครื่องเคลือบดั้งเดิมของจีน ถือเป็นจอกสุราส่วนพระองค์ของจักรพรรดิเฉิงฮว่าแห่งราชวงศ์หมิง ก่อนหน้านั้นในสมัยราชวงศ์ถัง เครื่องเคลือบได้แพร่เข้าสู่ประเทศไทยผ่านทางการค้า และค่อยๆ หลอมรวมเข้าสู่วัฒนธรรมท้องถิ่นของไทย จุดประกายสีสันแปลกใหม่ ปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นชุดน้ำชา ภาชนะอาหาร  เครื่องเคลือบได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของประชาชนชาวไทย

สถาปัตยกรรมไทยก็แสดงเอกลักษณ์ที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีนด้วยเช่นกัน เราจะพบเห็นงานแกะสลักและภาพวาด กระเบื้องดินเผาและหลังคากระเบื้องเคลือบหลากสีที่มีเอกลักษณ์ของจีนในสถาปัตยกรรมไทยมากมาย บ้างก็เห็นสิงโตหินคู่หรือรูปปั้นกวนอูตั้งตระหง่านอยู่หน้าประตู และสถาปัตยกรรมไทยที่มีชื่อเสียงบางแห่ง เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวังและศาลเจ้าซำปอกงที่อยุธยา ต่างก็ได้หลอมรวมสถาปัตยกรรมแบบจีนเข้าไปด้วยเช่นกัน โครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบจีนจึงมีคุณค่าทั้งในด้านการใช้งานและการเที่ยวชม ในซีรี่ส์ “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” นั้น การสร้างฉากอย่างละเอียดอ่อนได้ฟื้นฟูเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมในสมัยราชวงศ์หมิงออกมาได้อย่างถูกต้อง มองปราดเดียวก็เห็นรายละเอียดและมรดกตกทอดของวัฒนธรรมทางสถาปัตยกรรมจีน

ความจริงแล้ว การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างไทยกับจีนนั้นมีมาช้านาน ในสมัยราชวงศ์ หมิงถือเป็นยุคเฟื่องฟูของการไปมาหาสู่ระหว่างไทยกับจีน ทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดในหลายด้าน เช่น การปกครอง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ดาราศาสตร์และระบบปฏิทิน   นับแต่นั้นมา ชาวจีนก็มายังประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และเผยแพร่วัฒนธรรมจีนในไทย ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมมากมายที่มาจากจีนเหล่านั้นได้สืบทอดต่อกันมาและค่อยๆ ก่อตัวเป็นประเพณีที่ตกทอดมาแต่โบราณ เช่น การรวมญาติ การเซ่นไหว้บรรพบุรุษและเทพเจ้า นี่ก็เป็นพื้นฐานที่ดีในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศเช่นกัน

ในปัจจุบัน ไทยกับจีนติดต่อสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ สำหรับการพักผ่อนของคนจีน นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมด้านความบันเทิงระหว่างไทยกับจีนก็กว้างขวางยิ่งขึ้น ภาพยนตร์และละครไทยจำนวนมากได้รับการตอบรับอย่างดีในจีน ส่วนรายการและละครที่มาจากจีนก็เป็นที่นิยมในไทยเช่นกัน หนึ่งในนั้นรวมถึง “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” สามารถติดตามได้บนแอพพลิเคชั่น iQIYI และพากษ์ไทยได้ที่ช่อง ทางช่อง ทรูเอเชียน ซีรี่ส์ เอชดี (120, 239) และทางช่องทรูฟอร์ยู 

 

“รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” เป็นละครย้อนยุคที่ Beijing IQIYI Science & Technology Co., Ltd. เป็นผู้สร้างร่วมกับ Zhejiang Guanya Culture Media Co., Ltd. อำนวยการสร้างโดยเฉินหลง นักแสดงนำเลื่องชื่อมากมาย อาทิ กวนหง (ดาร์เรน เฉิน) ฟู่เมิ่งป๋อ หลิวเย่าหยวน เจี่ยจิ้งเหวิน เฮ่อหนาน หวังเม่าเหล่ย    ซีรี่ส์ “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” กล่าวถึงถังฟั่นผู้พิพากษาขั้นหกกับสุยโจวนายกององครักษ์เสื้อแพรที่ร่วมมือกันคลี่คลายคดีประหลาดและทำลายแผนการร้ายที่อยู่เบื้องหลัง คืนความสงบสุขให้ราษฎร นอกจากนี้ ยังได้ผสมผสานสาระด้านอาหาร ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ ฟื้นภาพประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในสมัยราชวงศ์หมิงกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ ทำให้คุณได้สัมผัสซีรี่ส์ทางอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพระดับภาพยนตร์    ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง อาหารหรือประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

 

สามารถคลิกที่ https://go.onelink.me/4Hx2/ch14th หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น iQIYI เพื่อรับชม  “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” ได้โดยสแกนคิวอาร์โค้ดด้านล่าง

5 เหตุผลสำคัญที่คุณต้องชมละครฟอร์มยักษ์แห่งปี “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” ฉายทาง iQIYI เพียงที่เดียวเท่านั้น อาหารรสเลิศบนปลายลิ้นใน “รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่” The Sleuth of Ming Dynasty ผลงานละครจาก “เฉิน หลง” เส้นเรื่องที่ต่างจากนิยายรัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ ถนนมิตรภาพมุ่งสู่ iQIYI แนะนำ 3 ซีรีส์ลูกผู้ชาย Q 2 ปี 2020 การเผชิญหน้าของสองวัฒนธรรมที่แตกต่าง สู่คอลเลกชั่นชวนฝัน วาเลนติโน โอต์ กูตูร์

Share This